หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
    • ติดตาม lawyerthai ผ่านทาง /lawyerthai  /iamlawyerthai

แบ่งปันหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ

 
Our Partners | รีวิว ร้านอาหาร เชียงใหม่ | รีวิว ที่เที่ยว เชียงใหม่ | รีวิว ที่พัก เชียงใหม่ | Chiang Mai Thailand | Chiang Mai Travel | Chiang Mai Travel Guide | Chiang Mai Boutique Hotel | กฎหมาย | ปรึกษากฎหมายฟรี | Detox Chiang Mai | Chiang Mai Wedding Planner | จัดงานเลี้ยง เชียงใหม่
Home
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 

เวลาขณะนี้ Wed 30 July 14 20:05

กระดานสนทนากฎหมาย

lawyerthai lawyerthai lawyerthai lawyerthai



อบต. กับที่ดินของรัฐ
Page •  1   2 

Jurist
สมาชิก
ตอบ : 374

"อบต." เป็นหน่วยปกครองท้องถิ่นมีฐานะเป็นนิติบุคคล "ที่ดินของรัฐ" บัญญัติตามมาตรา 2,3,4,8,9,10,11,12,27,30,58 ทวิ,108 และ 108 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ที่ดินของรัฐมีความหมายรวมถึงที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ตามมาตรา 1304 (1) (2) (3) แห่ง ปพพ. ที่ดินของรัฐจึงอาจเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา 1304 (1) ปพพ. หรืออาจเป็นประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา 1304 (2) ปพพ. (หรือเรียกว่าที่สาธารณประโยชน์ตามมาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457) หรืออาจเป็นประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามมาตรา 1304 (3) ปพพ. (หรือเรียกว่าที่ราชพัสดุ ตามมาตรา 4 พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518) >>> จึงมีที่ดินของรัฐทุกประเภทอยู่ทั่วไปในเขตท้องที่ของ อบต. <<< >>> บทความนี้จะขอกล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ อบต. ที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินของรัฐ เนื้อหาของบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับจาก MPA และการอบรม จึงอาจส่งผลให้เนื้อหาบางตอนอาจตกหายไปบ้าง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ <<< อ่านต่อนะ เขียนเรื่อยๆ

ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe     ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 12:13


Jurist
ตอบ : 374

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 1

ฉะนั้น อบต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ >>> อำนาจของ อบต. คือ (1) เรื่อง ให้ความเห็น (ตามหลักเกณฑ์และเหตุผล) ในฐานะผู้ดูแลรักษา เพื่อใช้ประกอบการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (2) เรื่อง ขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ในทางราชการ เช่น ใช้เพื่อก่อสร้างสำนักงาน เนื่องด้วย อบต. เป็นทบวงการเมืองจึงสา ารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ >>> หน้าที่ของ อบต. คือ (1) เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขต (ประเภทที่รกร้างว่างเปล่าและประเภทที่สาธารณประโยชน์) (2) เรื่อง การฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (ตามข้อ 1(1)) ตามมาตรา 108 หรือ 108 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบกับหนังสือจังหวัดอ่างทอง (3) เรื่อง เป็นโจทก์ร่วมกับนายอำเภอในการฟ้องร้องคดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ (ใบจอง) ที่ออกไม่ชอบ (ที่ดินสาธารณประโยชน์ "โคกหนองไผ่") ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช้อำนาจเพิกถอนตาม มาตรา 61 ป.ที่ดิน >>> ข้อสังเกต <<< กรณีที่ อบต. นำที่ดินของรัฐไปอนุญาตให้เอกชนผู้หนึ่งผู้ใดใช้ประโยชน์เป็นการไม่ถูกต้อง การเข้าใช้ประโยชน์ดังกล่าวไม่มีผลตามกฎหมาย หากเกิดความเสียหายต่อผู้ขอใช้หรือต่อที่ดินของรัฐ อบต. จะต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และจะต้องรับผิดชอบท งวินัย ฐานไม่ปฎิบัติตามระเบียบแบบแผนของท งราชการ ส่วนในทางแพ่งจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายทางละเมิดที่เกิดขึ้นกับที่ดินของรัฐนั้น และจะต้องส่งใช้เงินที่เป็นค่าตอบแทนที่เรียกจัดเก็บไว้ไม่ถูกต้อง กับอาจจะต้องรับผิดในทางอาญา หากมีการกระทำโดยทุจริตแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย >>> จบบทความด้วยรายละเอียดเพียงเท่านี้ เนื่องจากเนื้อหาประกอบไปด้วยการเมืองบ้าง อาจต้องมีการเข้าใจเบื้องต้นนิดหน่อย หากบทความนี้ผิดพลาดประการใด ขออภัย เพราะข้าพเจ้าความรู้น้อย จึงไม่สามารถแตกฉานในอวค์รวมได้ทั้งหมด .....ขอบคุณ MPA กับกรมที่ดิน.....

ชอบ + 456 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 14:09


Jurist
ตอบ : 374

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 2

"หน้าที่" ตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น หน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต และเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน (รวมถึงเรื่องกาณบุกรุกด้วย) "อำนาจ" ตามที่กฎหมายกำหนดคงเป็นอำนาจในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งอาจแยกตามประเภทของผู้ใช้ได้ 2 ประเภท คือ (1) หน่วยงานทางราชการ : มีฐานะเป็นทบวงการเมือง ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตาม มาตรา 8 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการ ตาม ป.ที่ดิน (2) เอกชน : จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ กฎหมายที่กำหนดการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ คือ มาตรา 9 หรือมาตรา 12 แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วย เรื่องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐในเชิงรุก

ชอบ + 405 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 13:40


aom
ตอบ : 374

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 3

ถ้าที่ดินสาธารณะประโยชน์อยู่ในเขต อบต. แล้ว อบต.เป็นผู้จ่ายเงินค่ารางวัดแล้วใบเสร็จรับเงินออกเป็นชื่อของ อบต. ได้หรือไม่    
กรุณาส่งคำตอบมาที่ [email protected] ขอบคุณค่ะ

ชอบ + 384 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Wed 6 August 08 , 09:49


Jurist
สมาชิก
ตอบ : 374

ความเห็นที่ 1

"กิจการ" ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐ สามารถแยกเป็นเรื่องสำคัญได้ 3 เรื่อง คือ - เรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต - เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน - เรื่องการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ "กฎหมายต่าง" จะกำหนดเฉพาะหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต และเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (ตามข้อบัญญัติของกฎหมาย มาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 หรือมาตรา 8 ป.ที่ดิน กำหนดหน้าที่ในการตรวจตรา รักษา หรือคุ้มครองป้องกัน ฯลฯ) โดยไม่ได้กำหนดอำนาจเรื่องการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ไว้ จะมีก็เฉพาะกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเจ้าท่า การระวังชี้และรับรองแนวเขต และการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ ผู้ฝ่าฝืน นั้น ตามข้อบัญญัติต่างๆ ก็จะกำหนดหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลรักษาคุ้มครองป้องกันที่ดินของรัฐ หรือที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่ ทบวงการเมือง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น >>> มาตรา 8 วรรคแรกแห่ง ป.ที่ดิน "บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้" มีความหมายถึง ที่ดินของรัฐประเภทที่รกร้างว่างเปล่า >>> มาตรา 122 แห่ง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 " ที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ คือ ที่เลี้ยงปศุสัตว์ ที่จัดไว้สำหรับราษฎรไปรวมเลี้ยงด้วยกัน เป็นต้น ตลอดจนถนนหนทาง และที่อย่างอื่นซึ่งเป็นของกลางให้ราษฎรใช้ได้ด้วยกัน เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษา อย่าให้ผู้ใดเกียจกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว" มีความหมายถึง ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) ป.พ.พ. >>> มาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 "เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แล้ว ให้นายกเทศมนตรี และเทศมนตรี มีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บรรดาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ หรือกฎหมายอื่นเท่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและได้กำหนดขึ้นไว้โดยกฎกระทรวง" มีความหมายเช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของกำนัน ต้องตรวจจัดการรักษาสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อันอยู่ในตำบลนั้น เช่น สระน้ำ ศาลาอาศัย ที่เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น (มาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457) >>> มาตรา 68 (8) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 "ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์กาณบริหารส่วนตำบลอาจจัดทำกิจการในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ (8) การคุ้มครองดูแลรักษา ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน" มีความหมายถึง ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ตามมาตรา 1304 (1),(2),(3) แห่ง ป.พ.พ. pS. จะค่อยๆ เขียนนะ

ชอบ + 289   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe     ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 13:24


Jurist
สมาชิก
ตอบ : 374

ความเห็นที่ 2

"หน้าที่" ตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น หน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต และเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน (รวมถึงเรื่องกาณบุกรุกด้วย) "อำนาจ" ตามที่กฎหมายกำหนดคงเป็นอำนาจในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งอาจแยกตามประเภทของผู้ใช้ได้ 2 ประเภท คือ (1) หน่วยงานทางราชการ : มีฐานะเป็นทบวงการเมือง ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตาม มาตรา 8 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการ ตาม ป.ที่ดิน (2) เอกชน : จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ กฎหมายที่กำหนดการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ คือ มาตรา 9 หรือมาตรา 12 แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วย เรื่องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐในเชิงรุก

ชอบ + 405   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe     ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 13:40


Jurist
สมาชิก
ตอบ : 374

ความเห็นที่ 3

ฉะนั้น อบต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ >>> อำนาจของ อบต. คือ (1) เรื่อง ให้ความเห็น (ตามหลักเกณฑ์และเหตุผล) ในฐานะผู้ดูแลรักษา เพื่อใช้ประกอบการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (2) เรื่อง ขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ในทางราชการ เช่น ใช้เพื่อก่อสร้างสำนักงาน เนื่องด้วย อบต. เป็นทบวงการเมืองจึงสา ารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ >>> หน้าที่ของ อบต. คือ (1) เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขต (ประเภทที่รกร้างว่างเปล่าและประเภทที่สาธารณประโยชน์) (2) เรื่อง การฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (ตามข้อ 1(1)) ตามมาตรา 108 หรือ 108 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบกับหนังสือจังหวัดอ่างทอง (3) เรื่อง เป็นโจทก์ร่วมกับนายอำเภอในการฟ้องร้องคดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ (ใบจอง) ที่ออกไม่ชอบ (ที่ดินสาธารณประโยชน์ "โคกหนองไผ่") ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช้อำนาจเพิกถอนตาม มาตรา 61 ป.ที่ดิน >>> ข้อสังเกต <<< กรณีที่ อบต. นำที่ดินของรัฐไปอนุญาตให้เอกชนผู้หนึ่งผู้ใดใช้ประโยชน์เป็นการไม่ถูกต้อง การเข้าใช้ประโยชน์ดังกล่าวไม่มีผลตามกฎหมาย หากเกิดความเสียหายต่อผู้ขอใช้หรือต่อที่ดินของรัฐ อบต. จะต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และจะต้องรับผิดชอบท งวินัย ฐานไม่ปฎิบัติตามระเบียบแบบแผนของท งราชการ ส่วนในทางแพ่งจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายทางละเมิดที่เกิดขึ้นกับที่ดินของรัฐนั้น และจะต้องส่งใช้เงินที่เป็นค่าตอบแทนที่เรียกจัดเก็บไว้ไม่ถูกต้อง กับอาจจะต้องรับผิดในทางอาญา หากมีการกระทำโดยทุจริตแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย >>> จบบทความด้วยรายละเอียดเพียงเท่านี้ เนื่องจากเนื้อหาประกอบไปด้วยการเมืองบ้าง อาจต้องมีการเข้าใจเบื้องต้นนิดหน่อย หากบทความนี้ผิดพลาดประการใด ขออภัย เพราะข้าพเจ้าความรู้น้อย จึงไม่สามารถแตกฉานในอวค์รวมได้ทั้งหมด .....ขอบคุณ MPA กับกรมที่ดิน.....

ชอบ + 456   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: cb9a98fe     ตอบเมื่อ : Thu 21 October 04 , 14:09


  aom
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 4

ถ้าที่ดินสาธารณะประโยชน์อยู่ในเขต อบต. แล้ว อบต.เป็นผู้จ่ายเงินค่ารางวัดแล้วใบเสร็จรับเงินออกเป็นชื่อของ อบต. ได้หรือไม่    
กรุณาส่งคำตอบมาที่ [email protected] ขอบคุณค่ะ

ชอบ + 384   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Wed 6 August 08 , 09:49


  Dang
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 5

ที่ดินเป็นที่ดินนา ติดอยู่กับเหมืองสาธารณะประโยชน์ ซึ่งตอนนี้มีผู้ประสงค์จะขุดเหมืองเป็นถนน ถ้าหากว่าเจ้าของที่ดินไม่เซ็นต์ยินยอม ไม่ทราบว่าจะขุดได้หรือไม่ ที่เจ้าของดินไม่ยินยอมให้ขุดเนื่องจากว่า ถ้าขุดเป็นลำเหมืองแล้วและทำเป็นถนน จะไม่สามารถทำนาปลูกข้าวได้เนื่องจากน้ำจะไหลลงสู่ลำเหมืองหมด 
กรุณาตอบมาที่ [email protected]

ชอบ + 294   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 February 09 , 10:08


  wath
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 6

หากจะสร้างที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน(กองทุฯเงินล้าน)ที่เป็นนิติบุคคลแล้ว สามารถทำได้ไหม มีขั้นตอนอย่างไรครับ วอนผู้รู้ตอบหน่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ [email protected]

ชอบ + 264   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 23 February 09 , 11:22


  wath
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 7

หากจะสร้างที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน(กองทุฯเงินล้าน)ที่เป็นนิติบุคคลแล้ว สามารถทำได้ไหม มีขั้นตอนอย่างไรครับ วอนผู้รู้ตอบหน่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ [email protected]

ชอบ + 273   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 23 February 09 , 11:32


  pa
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 8

บ้านดิฉันได้สร้างขายของชำอยู่ที่สาธารณะประโยชน์ เป็นเวลา 30 ปี แล้ว ขณะนี้อบต. แจ้งให้ทำการรื้อถอนบอกว่ามีคนแจ้งว่าบ้านดิฉันบุกรุกที่ดินของรัฐ แต่ในหมู่บ้านมีการบุกรุกกันหลายที่ไม่เห็น อบต.ดำเนินการอย่างนี้ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ วอนผู้รู้ตอบหน่อยคะ ขอบพระคุณมากคะ  [email protected]

ชอบ + 264   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 14 September 09 , 13:37


  สม
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 9

อบต.สามาตรกว่าวอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านที่ทำกินมาประมาณ30ปีโดยเสียภาษีภบท.5.มาตลอดแต่กลับบอกว่าบุกรุกที่สาธารณะอบต.ให้ออกนอกพื้นที่อบต.มีอำนาจหรืไม่        สม

ชอบ + 265   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Tue 27 October 09 , 12:26


  มิตรภาพไร้พรมแดน
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 10

ที่ดินของรัฐหรือที่สาธารณประโยชน์แม้จะครอบครองนานกี่ปี ๆ ก็ไม่สามารถอ้างอายุการครอบครองขึ้นต่อสู้รัฐได้  แต่ถ้าเป็นที่ของเอกชน กรณี ที่ดินมีโฉนดครอบครองติดต่อกันเกิน 10 ปี โดยสงบ เปิดเผย ท่านว่าผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น  กรณี ที่ดิน ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ครอบครองตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ท่านว่าผู้ครอบครอง ได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้น ดู ป.พ.พ.ม.1382

ชอบ + 256   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Fri 25 December 09 , 10:02


  policy
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 11

วัดเป็นทบวงการเมืองหรือไม่

ชอบ + 258   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 118.175.201.66     ตอบเมื่อ : Tue 5 January 10 , 10:18


  [email protected]
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 12

ความคิดเห็นคุณ policy : ตอบเมื่อ Tue 5 January 10 , 10:18
วัดเป็นทบวงการเมืองหรือไม่
 วัดเป็นนิติบุคคล  แต่ไม่ใช่ทบวงการเมือง

ชอบ + 263   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 114.128.138.138     ตอบเมื่อ : Fri 2 April 10 , 15:29


  pin
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 13

การซื้อที่ดินจัดสรร/แบ่งขาย(ที่ดินเปล่า) ออกโฉนดแผนที่/โฉนดที่ดินแบ่งแยกแล้ว อยากทราบว่า
1. จะต้องยื่นขอรังวัด/ปักหลักเขตที่ดินใหม่หรือไม่ เพราะหาหลักที่หลักเดิมไม่พบ
2 .การรังวัดที่ดินโดยบริษัทเอกชนได้หรืไม่ ถ้าได้ แล้วนำเศษไม้/ไม้ไผ่ปักเป็นหลักแนวเขตที่ดินได้หรือไม่ อย่างไร
3.การรังวัดที่ดินจะต้องมีการชี้จุดข้างเคียงด้วยหรือไม่ เนื่องจากที่ดินอีก 2 ด้าน ติดทางสาธารณประโยชน์
4. การรังวัด ตามข้อ.2 รุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ ส่งผลให้ช่องทางถนนคับแคบ เดินทาง-เข้าออกโดยรถยนต์ ไม่สะดวก มีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร (ที่ดินอยู่ในเขตเทศบาลตำบล)
   รอคำตอบ ขอบคุณคะ

ชอบ + 250   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 115.31.137.10     ตอบเมื่อ : Mon 26 April 10 , 10:04


  pp
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 14

สงสัยว่า การชี้แนวเขตว่า อบต.มีอำนาจหน้าที่ระวังชี้เขตหรือลงชื่อรับรองแนวเขตในการมีผู้ขอรังวัดออกโฉนดในฐานะผู้ปกครองท้องที่ตามประมวลกฏหมายที่ดินหรือไม่..เพราะเคยมีฏีกาที่2633/2523 เคยวินิจฉัยกรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลไม่ยอมลงชื่อรับรองเขตทางสาธารณะในกรณีแบ่งแยกโฉนด ว่า เมื่อกฏหมายว่าด้วยเทศบาลมิได้บัญญัติให้เทศบาลหรือนายกเทศมนตรีมีหน้าที่ต้องระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฏหมายที่ดินแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 ..ขอท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย จ๊ะ

ชอบ + 247   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 113.53.94.9     ตอบเมื่อ : Sun 9 May 10 , 07:40


  tikk
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 15

อยากทราบว่าถ้าหากจะขออนุญาตเชื่มทางกับถนนสาธารณะ ที่อยู่ในเขตเทศบาล และเทศบาลเป็นผู้สร้าง จะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใด จะต้องขอกับอำเภอรือไม่อย่างไร

ชอบ + 248   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 110.164.131.234     ตอบเมื่อ : Mon 17 May 10 , 17:11


  a
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 16

การทำกิจการนอกเขตอบต.สามารถทำได้หรือไม่อย่างไรใครเป็นผู้ให้อำนาจและการนำรถตัดหญ้าไปตัดหญ้านอกเขตอบต.ต้องทำหลักฐานหรือ"ไม่ 

ชอบ + 235   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 125.27.19.32     ตอบเมื่อ : Mon 24 May 10 , 11:16


  venus
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 17

จะสร้าง อบต.หรือเทศบาล ในเขตอำเภอ ต้องแนบหนังสือตัวไหนป่าวคับ 
รบกวนช่วยตอบหน่อยครับ  [email protected]

ชอบ + 237   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.157.158.91     ตอบเมื่อ : Mon 21 June 10 , 16:03


  venus
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 18

อยากได้หนังสือที่เกี่ยวข้องส่งให้หน่อยนะครับบบ 
ถ้าใครมีรบกวนหน่อยครับ
[email protected] 

ชอบ + 248   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.157.158.91     ตอบเมื่อ : Mon 21 June 10 , 16:04


  ผู้ใช้ชาติร่วม
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 19

อยากทราบว่าที่ของชาวบ้านที่อนุญาตให้ขุดลำธารที่เรียกว่าลำรางไส้ไก่นั้นตามกฎหมายยังถือว่าเป็นของเจ้าที่ดินใช่หรือไม่ และถ้าทาง อบต.นำท่อมาฝังตลอดแนวแล้กลบดินเจ้าของที่ดินเห็นว่าทำประโยชน์ได้จึงล้อมรั้วกันอยากถามว่า
   ข้อ1.เจ้าของที่ดินสามารถทำได้หรือไม่
   ข้อ2.ในเมื่อการลงทุนทุกอย่างทำโดยงบประมาณรัฐบาลจะถือว่าที่บริเวณนั้นเป็นของสาธารณะได้หรือไม่

ชอบ + 261   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 127.0.0.1     ตอบเมื่อ : Wed 21 July 10 , 18:16


  นิติกรอิสาน050
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 20

ความคิดเห็นคุณ pp : ตอบเมื่อ Sun 9 May 10 , 07:40
สงสัยว่า การชี้แนวเขตว่า อบต.มีอำนาจหน้าที่ระวังชี้เขตหรือลงชื่อรับรองแนวเขตในการมีผู้ขอรังวัดออกโฉนดในฐานะผู้ปกครองท้องที่ตามประมวลกฏหมายที่ดินหรือไม่..เพราะเคยมีฏีกาที่2633/2523 เคยวินิจฉัยกรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลไม่ยอมลงชื่อรับรองเขตทางสาธารณะในกรณีแบ่งแยกโฉนด ว่า เมื่อกฏหมายว่าด้วยเทศบาลมิได้บัญญัติให้เทศบาลหรือนายกเทศมนตรีมีหน้าที่ต้องระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฏหมายที่ดินแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 ..ขอท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย จ๊ะ
 การระวังชี้แนวเขตที่ดินติดที่สาธารณะ กรมที่ดินให้ นายอำเภอเป้นผู้ระวังชี้แนวเขต ดังนั้น อปท.เพียงดูแลที่สาธารณะ แต่หากกรมที่ดินที่จะออกเอกสารสิทธิเมื่อ นายอำเภอลงนามรับรองเขตไปแล้ว เกรงว่าจะทับที่สาธารณะอาจสอบถามว่า แนวเขตที่ช่างรังวัดกับเจ้าของที่ดินนำชี้โดยนายอำเภอหรือผู้ใหญ่บ้านรับรองไว้แล้วนั่นอยู่หรือทับหรือลุกล้ำที่สาธารณะแปลงนั้นๆๆหรือไม่ ดังนั้น การระงวัดชี้เขตเพื่อออกเอกสารสิทธิกับการสอบถาม อปท.ว่าล้ำที่สาธารณะจึงเป้นคนละประเด้นกัน อ้างอิงหนังสือกรมที่ดินปี 32 ที่มท 0713/21645ลว 26 ก.ย. 32และข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเฉพาะรายระหว่างกรมที่ดินกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เมื่อ 25 ก.ย. 2550 หรือท่านผู้รู้เห้นต่างอย่างไรชี้แนะเพิ่มเติมด้วย

ชอบ + 223   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 125.26.224.238     ตอบเมื่อ : Sun 22 August 10 , 09:10


  ผู้ได้รับผลกระทบ
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 21

อบต.สร้างศาลาเอนกประสงค์บริเวณด้านหน้าของที่ดินของเราที่ติดกับทางสาธารณประโยชน์  โดยอ้างว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์  แต่ทางเราได้ไปตรวจสอบกับสารบบที่ดิน กับระวางที่ดินกับสำนักงานที่ดินท้องที่มาแล้ว ปรากฎว่า ไม่มีระบุเลยว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์  เพราะที่ดินดังกล่าวเมื่อก่อนแม่เคยขุดบ่อน้ำไว้ ต่อมานานหลายปีบ่อน้ำตื้นเขิน ก้เลยเป็นที่ว่าง อย่างนี้  อบต.มีสิทธิ์ทำได้หรือไม่

ชอบ + 178   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 58.181.143.162     ตอบเมื่อ : Thu 10 February 11 , 10:57


  waterarm
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 22

เธ‚เธญเน€เธฃเธตเธขเธ™เธชเธญเธšเธ–เธฒเธกเธงเนˆเธฒ เธ—เธตเนˆเธ”เธดเธ™เธ‚เธญเธ‡เน€เธ—เธจเธšเธฒเธฅ เธˆเธณเธซเธ™เนˆเธฒเธขเน„เธ”เน‰เธซเธฃเธทเธญเน€เธ›เธฅเนˆเธฒเธ„เธฑเธš 

ชอบ + 189   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 182.52.210.55     ตอบเมื่อ : Tue 15 February 11 , 13:01


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 23

กระทู้นี้กระผมมีความเห็นว่าแจ่มสุดๆมากมายแต่ทำไมไม่พบก่อนหน้าสักสองสามอาทิตย์น่ะ เพิ่งจะมาพบ พอดีเรื่องจบ แต่ก็ยังค้างคา คงรอเวลา
สำหรับน้องใหม่ถ้าเรียนรู้แล้วเข้าใจกระทู้นี้ได้สักครึ่งก็จะดีอยู่มิใช่น้อยเลยนะขอรับ เอ้า มาลองดูทางกระผมบ้าง อัพเดทมั่ง ล้าหลังมั่ง ก็ไม่รู้นะ อิอิ



ชอบ + 207   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 13:34


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 24

คำว่า "ที่ดินของรัฐ" โดยหัวใจหลักเมื่อได้พิจารณาประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๘ จึงอาจเห็นได้ว่า "อบต" เป็นส่วนหนึ่ง "ที่ดินของรัฐ" เท่านั้น
 
มาตรา ๘ บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษา และดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้

ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจถูกถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือนำไปจัดเพื่อประชาชนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมือง รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนจัดหาที่ดินมาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้ว การถอนสภาพหรือโอนให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ แต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และมิได้ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจกฎหมายอื่นแล้ว การถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

(๒) ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองใด ถ้าทบวงการเมืองนั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแล้ว คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือจัดหาประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้าจะโอนต่อไปยังเอกชน ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ และถ้าจะนำไปจัดเพื่อประชาชนตามประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

การตราพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้ายพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย

แสดงว่า บรรดาทรัพย์สินทั้งหลายแหล่มาตรา ๘ แห่ง ป.ที่ดินนั้น มีข้อพิจารณา คือ
- หากมีกฎหมายกำหนดบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลไว้เป็นการเฉพาะแล้วก็ต้องนำข้อกำหนดตามที่ได้มีระบุดังกฎหมายมีบัญญัติมาบังคับ
- แต่ถ้าหากไม่มีกฎหมายกำหนดบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลไว้เป็นการเฉพาะเช่นนั้นแล้ว จึงให้เป็นอำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดิน ดูแล รับผิดชอบ
  อนึ่ง อำนาจหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินเช่นว่านี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสามารถมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้
   หมายถึง ถ้าหากไม่มีกฎหมายกำหนดบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลไว้เป็นการเฉพาะแต่เพียงเท่านั้น...เพราะถ้าหากมีไว้ก็ต้องใช้บังคับไปตามที่มี
- กรณี "กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น" หมายถึงทรัพย์สินตาม มาตรา ๘ วรรคสอง...โดยที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยกับ มาตรา ๘ วรรคแรก 
- ตัวอย่างเช่น คำถามตามกระทู้ที่ตอบต่อไปนี้อาจทำให้มองเห็นชัดเจนขึ้นหรือมัวลายตาก็เป็นได้ ลองดูนะขอรับ

 

ชอบ + 227   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 14:15


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 25

ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Thu 21 October 04 , 12:13
"อบต." เป็นหน่วยปกครองท้องถิ่นมีฐานะเป็นนิติบุคคล "ที่ดินของรัฐ" บัญญัติตามมาตรา 2,3,4,8,9,10,11,12,27,30,58 ทวิ,108 และ 108 ทวิ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ที่ดินของรัฐมีความหมายรวมถึงที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ตามมาตรา 1304 (1) (2) (3) แห่ง ปพพ. ที่ดินของรัฐจึงอาจเป็นที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทรกร้างว่างเปล่า ตามมาตรา 1304 (1) ปพพ. หรืออาจเป็นประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามมาตรา 1304 (2) ปพพ. (หรือเรียกว่าที่สาธารณประโยชน์ตามมาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457) หรืออาจเป็นประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามมาตรา 1304 (3) ปพพ. (หรือเรียกว่าที่ราชพัสดุ ตามมาตรา 4 พ.ร.บ. ที่ราชพัสดุ พ.ศ.2518) >>> จึงมีที่ดินของรัฐทุกประเภทอยู่ทั่วไปในเขตท้องที่ของ อบต. <<< >>> บทความนี้จะขอกล่าวถึงอำนาจหน้าที่ของ อบต. ที่เกี่ยวเนื่องกับที่ดินของรัฐ เนื้อหาของบทความนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับจาก MPA และการอบรม จึงอาจส่งผลให้เนื้อหาบางตอนอาจตกหายไปบ้าง ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ <<< อ่านต่อนะ เขียนเรื่อยๆ
 "ที่ดินของรัฐ" หมายถึง "ที่ดินสาธารณ" โดยประชาชนมีสิทธิใช้สอยร่วมกันได้...แต่ว่า "ทรัพย์ของแผ่นดิน" ใครเอาไปแล้วละก็ คุก นะขอรับ ชัวส์


ชอบ + 249   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 14:24


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 26

ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Thu 21 October 04 , 13:24
"กิจการ" ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของรัฐ สามารถแยกเป็นเรื่องสำคัญได้ 3 เรื่อง คือ - เรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต - เรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน - เรื่องการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ "กฎหมายต่าง" จะกำหนดเฉพาะหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต และเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีที่เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (ตามข้อบัญญัติของกฎหมาย มาตรา 122 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 หรือมาตรา 8 ป.ที่ดิน กำหนดหน้าที่ในการตรวจตรา รักษา หรือคุ้มครองป้องกัน ฯลฯ) โดยไม่ได้กำหนดอำนาจเรื่องการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ไว้ จะมีก็เฉพาะกฎหมายบางฉบับ เช่น กฎหมายเกี่ยวกับเจ้าท่า การระวังชี้และรับรองแนวเขต และการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ ผู้ฝ่าฝืน นั้น ตามข้อบัญญัติต่างๆ ก็จะกำหนดหน้าที่หลักในการควบคุมดูแลรักษาคุ้มครองป้องกันที่ดินของรัฐ หรือที่สาธารณประโยชน์ ให้แก่ ทบวงการเมือง หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น >>> มาตรา 8 วรรคแรกแห่ง ป.ที่ดิน "บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาและดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้" มีความหมายถึง ที่ดินของรัฐประเภทที่รกร้างว่างเปล่า >>> มาตรา 122 แห่ง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 " ที่ดินอันเป็นสาธารณประโยชน์ คือ ที่เลี้ยงปศุสัตว์ ที่จัดไว้สำหรับราษฎรไปรวมเลี้ยงด้วยกัน เป็นต้น ตลอดจนถนนหนทาง และที่อย่างอื่นซึ่งเป็นของกลางให้ราษฎรใช้ได้ด้วยกัน เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษา อย่าให้ผู้ใดเกียจกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว" มีความหมายถึง ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมืองใช้ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) ป.พ.พ. >>> มาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. เทศบาล พ.ศ. 2496 "เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 4 แล้ว ให้นายกเทศมนตรี และเทศมนตรี มีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บรรดาที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปกครองท้องที่ หรือกฎหมายอื่นเท่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาเห็นสมควรและได้กำหนดขึ้นไว้โดยกฎกระทรวง" มีความหมายเช่นเดียวกับอำนาจหน้าที่ของกำนัน ต้องตรวจจัดการรักษาสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อันอยู่ในตำบลนั้น เช่น สระน้ำ ศาลาอาศัย ที่เลี้ยงสัตว์ เป็นต้น (มาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ. ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457) >>> มาตรา 68 (8) แห่ง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 "ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย องค์กาณบริหารส่วนตำบลอาจจัดทำกิจการในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ดังต่อไปนี้ (8) การคุ้มครองดูแลรักษา ทรัพย์สินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน" มีความหมายถึง ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินทุกประเภท ตามมาตรา 1304 (1),(2),(3) แห่ง ป.พ.พ. pS. จะค่อยๆ เขียนนะ
 มาตรา ๘ แห่ง ป.ที่ดิน จึงเห็นว่า ถ้าทรัพย์สินหรือที่ดินแปลงใดไม่มีกฎหมายระบุบุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลเอาไว้ ให้เป็นของ อธิบดีกรมที่ดิน
ทั้งนี้ รมต.มหาดไทย ก็เช่นเดียวกับอธิบดีกรมที่ดิน แต่จะสบายกว่าเพราะไม่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบเหมือนอธิบดี ดังนั้น ดึงโน่น ปิดนี่ ปะนั่น ก็ได้
ที่เขียนมาหมายถึง บรรดาทรัพย์สินของแผ่นดินทั้งหลายแหล่ที่ยังมีว่างอยู่แล้วไม่มีใครเข้าไปทำอะไรได้ นอกจาก อธิบดี และ รมต. กับ ที่กม.ระบุ

  

ชอบ + 211   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 14:42


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 27

ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Thu 21 October 04 , 13:40
"หน้าที่" ตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น ได้มีคำพิพากษาฎีกาวินิจฉัยว่าเป็น หน้าที่เกี่ยวกับเรื่องการระวังชี้และรับรองแนวเขต และเรื่องการฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ฝ่าฝืน (รวมถึงเรื่องกาณบุกรุกด้วย) "อำนาจ" ตามที่กฎหมายกำหนดคงเป็นอำนาจในการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ซึ่งอาจแยกตามประเภทของผู้ใช้ได้ 2 ประเภท คือ (1) หน่วยงานทางราชการ : มีฐานะเป็นทบวงการเมือง ประสงค์ขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตาม มาตรา 8 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วยระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ทบวงการเมืองใช้ที่ดินของรัฐเพื่อประโยชน์ในราชการ ตาม ป.ที่ดิน (2) เอกชน : จะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้ ประสงค์จะขอใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายเฉพาะที่กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ กฎหมายที่กำหนดการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐ คือ มาตรา 9 หรือมาตรา 12 แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบด้วย เรื่องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐในเชิงรุก
 คำว่า "กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น" เช่น พรบ.แร่ พรบ.ทางหลวง พรบ.เจ้าท่า เป็นต้น

พรบ.แร่ มาตรา ๙  ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้ ที่ดินของรัฐนั้นถ้ามิได้มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ห้ามมิให้บุคคลใด
(๑) เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า
(๒) ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือ
(๓) ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน


ชอบ + 241   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 14:52


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 28

ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Thu 21 October 04 , 14:09
ฉะนั้น อบต. จึงมีอำนาจและหน้าที่ ดังนี้ >>> อำนาจของ อบต. คือ (1) เรื่อง ให้ความเห็น (ตามหลักเกณฑ์และเหตุผล) ในฐานะผู้ดูแลรักษา เพื่อใช้ประกอบการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (2) เรื่อง ขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เพื่อประโยชน์ในทางราชการ เช่น ใช้เพื่อก่อสร้างสำนักงาน เนื่องด้วย อบต. เป็นทบวงการเมืองจึงสา ารถขออนุญาตใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ >>> หน้าที่ของ อบต. คือ (1) เรื่อง การระวังชี้และรับรองแนวเขต (ประเภทที่รกร้างว่างเปล่าและประเภทที่สาธารณประโยชน์) (2) เรื่อง การฟ้องร้องดำเนินคดีเกี่ยวกับที่ดินของรัฐ (ตามข้อ 1(1)) ตามมาตรา 108 หรือ 108 ทวิ แห่ง ป.ที่ดิน ประกอบกับหนังสือจังหวัดอ่างทอง (3) เรื่อง เป็นโจทก์ร่วมกับนายอำเภอในการฟ้องร้องคดีเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ (ใบจอง) ที่ออกไม่ชอบ (ที่ดินสาธารณประโยชน์ "โคกหนองไผ่") ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช้อำนาจเพิกถอนตาม มาตรา 61 ป.ที่ดิน >>> ข้อสังเกต <<< กรณีที่ อบต. นำที่ดินของรัฐไปอนุญาตให้เอกชนผู้หนึ่งผู้ใดใช้ประโยชน์เป็นการไม่ถูกต้อง การเข้าใช้ประโยชน์ดังกล่าวไม่มีผลตามกฎหมาย หากเกิดความเสียหายต่อผู้ขอใช้หรือต่อที่ดินของรัฐ อบต. จะต้องรับผิดชอบเป็นส่วนตัว และจะต้องรับผิดชอบท งวินัย ฐานไม่ปฎิบัติตามระเบียบแบบแผนของท งราชการ ส่วนในทางแพ่งจะต้องรับผิดชอบในความเสียหายทางละเมิดที่เกิดขึ้นกับที่ดินของรัฐนั้น และจะต้องส่งใช้เงินที่เป็นค่าตอบแทนที่เรียกจัดเก็บไว้ไม่ถูกต้อง กับอาจจะต้องรับผิดในทางอาญา หากมีการกระทำโดยทุจริตแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย >>> จบบทความด้วยรายละเอียดเพียงเท่านี้ เนื่องจากเนื้อหาประกอบไปด้วยการเมืองบ้าง อาจต้องมีการเข้าใจเบื้องต้นนิดหน่อย หากบทความนี้ผิดพลาดประการใด ขออภัย เพราะข้าพเจ้าความรู้น้อย จึงไม่สามารถแตกฉานในอวค์รวมได้ทั้งหมด .....ขอบคุณ MPA กับกรมที่ดิน.....
 การที่ อบต. จักให้เช่าใช้สอยทำประโยชน์ได้ต้องมีกฎหมายระบุไว้เพราะถ้าหากไม่มีแล้วไปกระทำ "กินฟรี" เงินที่ได้มาเรื่องอะไรจะส่งเข้าหลวง
เพราะถ้าหากส่งไปแล้วเกิดเสีย อบต. ก็รับเละ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ่าย ดังนั้น เงินที่ฟรีมาได้จึงต้องเก็บเอาไว้ก่อนเดี๋ยวนานไปก็ลืมกันเอง


ชอบ + 182   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:00


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 29

ความคิดเห็นคุณ aom : ตอบเมื่อ Wed 6 August 08 , 09:49
ถ้าที่ดินสาธารณะประโยชน์อยู่ในเขต อบต. แล้ว อบต.เป็นผู้จ่ายเงินค่ารางวัดแล้วใบเสร็จรับเงินออกเป็นชื่อของ อบต. ได้หรือไม่    
กรุณาส่งคำตอบมาที่ [email protected] ขอบคุณค่ะ
 อยู่ดีๆ อบต.จะเป็นผู้ไปจ่ายเงินค่ารางวัดเช่นนั้นมันต้องมีผิดสำแดงอะไรอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ลงทุนขนาดนี้แสดงว่ามีคนบริจาคให้ไว้แล้วอะจิ่
การออกใบเสร็จสามารถออกเป็นชื่อใครก็ได้ตามสบายใจคนที่อยากจะออก แต่ตราบใดยังไม่มีชื่อของบุคคลผู้จ่ายเงินไว้แท้จริงแล้วถ้าหากเขามาทวงเอาใบเสร็จเมื่อใดก็ต้องเขียนออกให้ใหม่เมื่อนั้นหรือปล่าวกระผมไม่แน่ใจ


ชอบ + 185   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:06


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 30

ความคิดเห็นคุณ Dang : ตอบเมื่อ Sun 1 February 09 , 10:08
ที่ดินเป็นที่ดินนา ติดอยู่กับเหมืองสาธารณะประโยชน์ ซึ่งตอนนี้มีผู้ประสงค์จะขุดเหมืองเป็นถนน ถ้าหากว่าเจ้าของที่ดินไม่เซ็นต์ยินยอม ไม่ทราบว่าจะขุดได้หรือไม่ ที่เจ้าของดินไม่ยินยอมให้ขุดเนื่องจากว่า ถ้าขุดเป็นลำเหมืองแล้วและทำเป็นถนน จะไม่สามารถทำนาปลูกข้าวได้เนื่องจากน้ำจะไหลลงสู่ลำเหมืองหมด 
กรุณาตอบมาที่ [email protected]
 กรณีที่ดินนาเพียงอยู่ติดกันกับที่ดินเหมืองจึงเป็นที่ดินคนละแปลง ดังนั้น ที่ดินแปลงใดใครจักใช้สอยอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขานะขอรับ


ชอบ + 200   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:11


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 31

ความคิดเห็นคุณ wath : ตอบเมื่อ Mon 23 February 09 , 11:22
หากจะสร้างที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน(กองทุฯเงินล้าน)ที่เป็นนิติบุคคลแล้ว สามารถทำได้ไหม มีขั้นตอนอย่างไรครับ วอนผู้รู้ตอบหน่อยครับ ขอบพระคุณมากครับ [email protected]
 มีตังส์จ่ายค่าที่ดินให้แก่เจ้าของจนเขาพอใจก็สามารถทำได้ตามระเบียบนะขอรับ


ชอบ + 186   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:13


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 32

ความคิดเห็นคุณ pa : ตอบเมื่อ Mon 14 September 09 , 13:37
บ้านดิฉันได้สร้างขายของชำอยู่ที่สาธารณะประโยชน์ เป็นเวลา 30 ปี แล้ว ขณะนี้อบต. แจ้งให้ทำการรื้อถอนบอกว่ามีคนแจ้งว่าบ้านดิฉันบุกรุกที่ดินของรัฐ แต่ในหมู่บ้านมีการบุกรุกกันหลายที่ไม่เห็น อบต.ดำเนินการอย่างนี้ดิฉันจะทำอย่างไรดีคะ วอนผู้รู้ตอบหน่อยคะ ขอบพระคุณมากคะ  [email protected]
 ถึงแม้ อบต.มีอำนาจสั่งรื้อถอนได้เช่นนั้นอยู่ก็ตามทีลองศึกษากรณี พรบ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๗๗ “ท้องที่ใดมีอาคารก่อสร้างขึ้นเป็นจำนวนมาก ในที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก่อนวันที่พระราช บัญญัตินี้ใช้บังคับ และมีสภาพ หรืออาจทำให้เกิดสภาพที่ไม่เหมาะสม หรือไม่ปลอดภัยในการอยู่อาศัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุข การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร เมื่อมีพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปรับปรุงอาคารในท้องที่นั้นแล้วให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังต่อไปนี้ (๑) มีคำสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารรื้อถอนอาคารนั้นภายในกำหนดเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง แต่การสั่งรื้อถอนอาคารจะต้องกระทำเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง การพัฒนาท้องถิ่น หรือประโยชน์ในการใช้ที่สาธารณะของประชาชน ... ” ดังนั้น การออกคำสั่งให้รื้อถอนก็ต้องเป็นไปเพราะมีเหตุผลเพื่อการดังกล่าวนั้นด้วยนะขอรับ


ชอบ + 184   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:21


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 33

ความคิดเห็นคุณ สม : ตอบเมื่อ Tue 27 October 09 , 12:26
อบต.สามาตรกว่าวอ้างว่าที่ดินที่ชาวบ้านที่ทำกินมาประมาณ30ปีโดยเสียภาษีภบท.5.มาตลอดแต่กลับบอกว่าบุกรุกที่สาธารณะอบต.ให้ออกนอกพื้นที่อบต.มีอำนาจหรืไม่        สม
 อบต.เขาก็มีอำนาจซึ่งต้องกระทำการไปตามหน้าที่ดังกฎหมายมีระบุไว้นะขอรับ


ชอบ + 188   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:27


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 34

ความคิดเห็นคุณ มิตรภาพไร้พรมแดน : ตอบเมื่อ Fri 25 December 09 , 10:02
ที่ดินของรัฐหรือที่สาธารณประโยชน์แม้จะครอบครองนานกี่ปี ๆ ก็ไม่สามารถอ้างอายุการครอบครองขึ้นต่อสู้รัฐได้  แต่ถ้าเป็นที่ของเอกชน กรณี ที่ดินมีโฉนดครอบครองติดต่อกันเกิน 10 ปี โดยสงบ เปิดเผย ท่านว่าผู้ครอบครองได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น  กรณี ที่ดิน ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ครอบครองตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ท่านว่าผู้ครอบครอง ได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้น ดู ป.พ.พ.ม.1382
 ประกอบ ป.พ.พ. ม.1367 ด้วยนะขอรับ


ชอบ + 191   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:29


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 35

ความคิดเห็นคุณ [email protected] : ตอบเมื่อ Fri 2 April 10 , 15:29
ความคิดเห็นคุณ policy : ตอบเมื่อ Tue 5 January 10 , 10:18
วัดเป็นทบวงการเมืองหรือไม่
 วัดเป็นนิติบุคคล  แต่ไม่ใช่ทบวงการเมือง
 อาจต้องได้รับวิสุงคามสีมาอีกด้วยหรือปล่าวกรณีนิติบุคคลขอรับ


ชอบ + 181   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:31


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 36

ความคิดเห็นคุณ pin : ตอบเมื่อ Mon 26 April 10 , 10:04
การซื้อที่ดินจัดสรร/แบ่งขาย(ที่ดินเปล่า) ออกโฉนดแผนที่/โฉนดที่ดินแบ่งแยกแล้ว อยากทราบว่า
1. จะต้องยื่นขอรังวัด/ปักหลักเขตที่ดินใหม่หรือไม่ เพราะหาหลักที่หลักเดิมไม่พบ
2 .การรังวัดที่ดินโดยบริษัทเอกชนได้หรืไม่ ถ้าได้ แล้วนำเศษไม้/ไม้ไผ่ปักเป็นหลักแนวเขตที่ดินได้หรือไม่ อย่างไร
3.การรังวัดที่ดินจะต้องมีการชี้จุดข้างเคียงด้วยหรือไม่ เนื่องจากที่ดินอีก 2 ด้าน ติดทางสาธารณประโยชน์
4. การรังวัด ตามข้อ.2 รุกล้ำเข้าไปในแนวเขตที่สาธารณประโยชน์ ส่งผลให้ช่องทางถนนคับแคบ เดินทาง-เข้าออกโดยรถยนต์ ไม่สะดวก มีวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างไร (ที่ดินอยู่ในเขตเทศบาลตำบล)
   รอคำตอบ ขอบคุณคะ
 เพิกถอนหรือแก้ไขการดังกล่าวโดยคำสั่งคณะกรรมการสอบสวนเบื้องต้น


ชอบ + 183   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 15:33


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 37

ความคิดเห็นคุณ pp : ตอบเมื่อ Sun 9 May 10 , 07:40
สงสัยว่า การชี้แนวเขตว่า อบต.มีอำนาจหน้าที่ระวังชี้เขตหรือลงชื่อรับรองแนวเขตในการมีผู้ขอรังวัดออกโฉนดในฐานะผู้ปกครองท้องที่ตามประมวลกฏหมายที่ดินหรือไม่..เพราะเคยมีฏีกาที่2633/2523 เคยวินิจฉัยกรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลไม่ยอมลงชื่อรับรองเขตทางสาธารณะในกรณีแบ่งแยกโฉนด ว่า เมื่อกฏหมายว่าด้วยเทศบาลมิได้บัญญัติให้เทศบาลหรือนายกเทศมนตรีมีหน้าที่ต้องระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฏหมายที่ดินแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 ..ขอท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย จ๊ะ
 การชี้แนวเขตกรณีขอรังวัดก็เป็นไปตาม ป.ที่ดิน แม้ไม่ยอมลงชื่อรับรองแนวเขตก็ไม่มีความผิด ป.อ. ม.157 เพราะมิใช่ว่ามาแล้วต้องชี้เสมอไป
การรับรองแนวเขตหรือไม่ต้องพิจารณาว่าที่ดินนั้นทำการรังวัดแล้วรุกล้ำเขาหรือปล่าว หากแนวเขตไม่ถูกต้องเรื่องอะไรเขาจะลงชื่อรับรองให้ล่า
ที่กล่าวมาคือการรับรองแนวเขตที่ดินในเรื่องของการรังวัด 
แต่ฎีกาที่อ้างมานั้นหมายถึงเหตุที่ไม่ผิดเพราะไม่ใช่หน้าที่ของเขา อ้าว แว้วเช่นนั้นทำไมมาเสนอหน้ากับเขาได้ ก็เพราะมาตรา ๘ ป.ที่ดินงัย

กรณีทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งไม่มีกฎหมายระบุไว้เป็นอย่างอื่น
- ปกติแล้วอธิบดีมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบ 
- พอดี รมต.มหาดไทยดึงอำนาจหน้าที่ดูแลทรัพย์แปลงนี้มาแล้วก็มอบอำนาจให้อำเภอช่วยดูแล
- ทางอำเภองานเขาก็เยอะแต่พูดไม่ออกถ้างั้น อบต.ช่วยรับมอบอำนาจต่อไปหน่อยก็แล้วกัน นะ คนดี
ดังนั้น อบต.จึงเป็นเพียงตัวแทนมิใช่ตัวการในอันที่จะต้องมารับผิดชอบนะขอรับ

กรณีทรัพย์สินของแผ่นดินซึ่งมีกฎหมายระบุไว้เป็นอย่างอื่น 
เช่น พรบ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๐ ลว ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๑๕
มาตรา ๑๑๗ “ห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้างอาคาร หรือสิ่งใดล่วงล้ำเข้าไปเหนือน้ำ ในน้ำ และใต้น้ำ ของแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่างเก็บน้ำ ทะเลสาบ อันเป็นทางสัญจรของประชาชน หรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน หรือทะเลภายในน่านน้ำไทย เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า”
- อาทิเช่น ที่ชายตลิ่ง เจ้าท่ามีอำนาจหน้าที่ดูแลแต่ที่ตกมาอยู่กับ อบต. เพราะ เจ้าท่ามอบอำนาจให้อำเภอ แล้ว อบต. รับช่วงต่อมา

อบต.จึงอยู่ในฐานะตัวแทนมิใช่ตัวการ ดังนั้น ถึงอย่างไร อบต.ก็ม่ายผิดตามหลักกฎหมาย แต่ อบต.อาจมีความผิดได้เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่


ชอบ + 171   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 16:06


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 38

ความคิดเห็นคุณ tikk : ตอบเมื่อ Mon 17 May 10 , 17:11
อยากทราบว่าถ้าหากจะขออนุญาตเชื่มทางกับถนนสาธารณะ ที่อยู่ในเขตเทศบาล และเทศบาลเป็นผู้สร้าง จะต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใด จะต้องขอกับอำเภอรือไม่อย่างไร
 ทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตรา ๔๙ “เมื่อมีความจำเป็นจะต้องควบคุมทางเข้าออกทางหลวงเพื่อให้การจราจรบนทางหลวงเป็นไปโดยรวดเร็วและสะดวก หรือเพื่อความปลอดภัยในการจราจรบนทางหลวง ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในที่ดินริมเขตทางหลวงทั้งสายหรือบางส่วน ดังต่อไปนี้ (๑) สร้างหรือดัดแปลงต่อเติมอาคาร … ภายในระยะไม่เกินสิบห้าเมตรจากเขตทางหลวง … เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการทางหลวง หรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง … ” ลองดูนะขอรับ


ชอบ + 206   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 16:24


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 39

ความคิดเห็นคุณ ผู้ใช้ชาติร่วม : ตอบเมื่อ Wed 21 July 10 , 18:16
อยากทราบว่าที่ของชาวบ้านที่อนุญาตให้ขุดลำธารที่เรียกว่าลำรางไส้ไก่นั้นตามกฎหมายยังถือว่าเป็นของเจ้าที่ดินใช่หรือไม่ และถ้าทาง อบต.นำท่อมาฝังตลอดแนวแล้กลบดินเจ้าของที่ดินเห็นว่าทำประโยชน์ได้จึงล้อมรั้วกันอยากถามว่า
   ข้อ1.เจ้าของที่ดินสามารถทำได้หรือไม่
   ข้อ2.ในเมื่อการลงทุนทุกอย่างทำโดยงบประมาณรัฐบาลจะถือว่าที่บริเวณนั้นเป็นของสาธารณะได้หรือไม่
 คงเดิมต่อไปจนกว่าจะได้มีการเวนคืน


ชอบ + 176   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 16:26


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 40

ความคิดเห็นคุณ นิติกรอิสาน050 : ตอบเมื่อ Sun 22 August 10 , 09:10
ความคิดเห็นคุณ pp : ตอบเมื่อ Sun 9 May 10 , 07:40
สงสัยว่า การชี้แนวเขตว่า อบต.มีอำนาจหน้าที่ระวังชี้เขตหรือลงชื่อรับรองแนวเขตในการมีผู้ขอรังวัดออกโฉนดในฐานะผู้ปกครองท้องที่ตามประมวลกฏหมายที่ดินหรือไม่..เพราะเคยมีฏีกาที่2633/2523 เคยวินิจฉัยกรณีนายกเทศมนตรีเทศบาลไม่ยอมลงชื่อรับรองเขตทางสาธารณะในกรณีแบ่งแยกโฉนด ว่า เมื่อกฏหมายว่าด้วยเทศบาลมิได้บัญญัติให้เทศบาลหรือนายกเทศมนตรีมีหน้าที่ต้องระวังชี้แนวเขตและลงชื่อรับทราบแนวเขตตามประมวลกฏหมายที่ดินแล้ว จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม ป.อ.มาตรา 157 ..ขอท่านผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย จ๊ะ
 การระวังชี้แนวเขตที่ดินติดที่สาธารณะ กรมที่ดินให้ นายอำเภอเป้นผู้ระวังชี้แนวเขต ดังนั้น อปท.เพียงดูแลที่สาธารณะ แต่หากกรมที่ดินที่จะออกเอกสารสิทธิเมื่อ นายอำเภอลงนามรับรองเขตไปแล้ว เกรงว่าจะทับที่สาธารณะอาจสอบถามว่า แนวเขตที่ช่างรังวัดกับเจ้าของที่ดินนำชี้โดยนายอำเภอหรือผู้ใหญ่บ้านรับรองไว้แล้วนั่นอยู่หรือทับหรือลุกล้ำที่สาธารณะแปลงนั้นๆๆหรือไม่ ดังนั้น การระงวัดชี้เขตเพื่อออกเอกสารสิทธิกับการสอบถาม อปท.ว่าล้ำที่สาธารณะจึงเป้นคนละประเด้นกัน อ้างอิงหนังสือกรมที่ดินปี 32 ที่มท 0713/21645ลว 26 ก.ย. 32และข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินเฉพาะรายระหว่างกรมที่ดินกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เมื่อ 25 ก.ย. 2550 หรือท่านผู้รู้เห้นต่างอย่างไรชี้แนะเพิ่มเติมด้วย
 ประการแรกต้องทราบเรื่องการมอบอำนาจทางปกครองแล้วต่อมาก็ดูเรื่องอำนาจหน้าที่ความรับผิดของตัวการตัวแทนมีอย่างไรนะขอรับ


ชอบ + 191   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Wed 16 February 11 , 16:28


  ภา
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 41

ดิฉันมีปัญหาว่าที่ดินตามโฉนดแจ้งว่าข้างเคียงติดคลอง  แต่ในปัจจุบันมีถนนเลียบคลอง และได้มีชาวบ้านมายกบ้านอยู่หน้าโฉนดที่แจ้งว่าติดคลอง  ดิฉันได้สอบถามแล้วคนที่มายกบ้านแจ้งว่าได้รับอนุญาตจากนายก อบต.ให้มายกและมีการถมปรับสภาพที่เพื่อยกบ้านต่อไปอีก  ดิฉันเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากคนที่มายกบ้านหน้าถนนคันคลอง บังหน้าบ้านและทางเข้าออกบ้านดิฉันซึ่งมีหลักฐานเป็นโฉนดที่ดิน  ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีขอความอนุเคราะห์จากผู้รู้ช่วยแนะนำ  เพราะเดือนร้อนจริง ๆ คนที่มีหลักฐานโฉนดกลับไม่มีทางเข้าออก  แต่คนที่ไม่มีหลักฐานกลับทำอะไรก็ได้ตามอำเภอใจไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ได้แจ้งนายกอบต.ก็บอกว่าให้คนที่ยกบ้านหน้าคลองถมที่และยกต่อเติมได้  ดิฉันควรจะทำอย่างไรดี

ชอบ + 266   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 125.26.11.189     ตอบเมื่อ : Sat 19 February 11 , 08:57


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1458

ความเห็นที่ 42

หากพื้นที่ อบต.นั้นมี พรฎ.ให้ใช้ พรบ.ควบคุมอาคาร พศ.๒๕๒๒ บังคับแล้วถนนที่ว่ามาไม่ใช่ทางหลวงแผ่น ดังนี้ ให้ทำหนังสือร้องเรียนที่ อบต.
เมื่อ อบต.มีคำสั่งมาอย่างไร ซึ่งเราไม่พอใจ ต้องดูว่าใครเป็นผู้ออกคำสั่ง หาก นายก อบต. เป็นผู้ออกคำสั่ง ดังนี้ ให้อุทธรณ์คำสั่งนายกว่ามิชอบ
มิชอบอย่างไรให้ไปดู "เจ้าพนักงานท้องถิ่น" ตาม พรบ.ควบคุมอาคาร
หากพื้นถนนนั้นเป็นลักษณะทางหลวงแผ่นดิน ดังนี้ ให้ร้องเรียนที่กรมทางหลวง ซึ่งกรมทางหลวงอาจมองเป็นเรื่องของกรมเจ้าท่า จึงไปกรมเจ้าท่า
กรมเจ้าท่าอาจบอกว่าพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขต อบต.นั้น ให้ไปว่ากันเองละกัน
ดังนี้ ให้คุณศึกษาประวัติความเป็นมาของ ป.ที่ดิน มาตรา ๘ ให้ชัดเจนเสียก่อน แล้วจะทราบได้ว่ามีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการอย่างไร
อาจศึกษาจากกระทู้นี้ที่ จขกท เขียนไว้ก็ได้ ส่วนที่กระผมเขียนต่อมาเป็นเพียงการเสริมเนื้อหาเล็กน้อยซึ่งมิได้ขัดกันกับเนื้อหาดังกล่าว
ขอย้ำ เนื้อหามิได้ขัดกัน แต่หากดูแล้วเห็นว่าขัดกันแสดงว่า ดูผิด นะขอรับ


ชอบ + 174   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.207.93.136     ตอบเมื่อ : Sat 19 February 11 , 16:01


  k
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 43

อยากทราบว่าการรังวัดชึ้แนวเขตของที่สาธารณนั้นมีใครเซ็นต์ชื่อแทนนายกอบต.ได้บ้างมีกฏหมายข้อไหนรองรับได้ไหมปลัด รองนายก ช่างโยธา แทนได้ไหม ต้องใช้คำสั่งหรือประกาศ อ้างมาตราไหน ขอบคุณครับ

ชอบ + 164   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 125.27.67.192     ตอบเมื่อ : Thu 24 February 11 , 11:46


อีตากร.
สมาชิก
ตอบ : 573

ความเห็นที่ 44

คือเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่งได้รับมอบหมายตามที่ได้มีระบุไว้โดยจะเป็นกฎหมายเฉพาะของแต่ละองค์การบริหารส่วนตำบลไป
ประกอบกับพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.๒๕๔๒


ชอบ + 218   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 223.204.193.139     ตอบเมื่อ : Thu 24 February 11 , 12:58


  มะนาว
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 45

อยากถามว่าหาก เกิดน้ำระบายไม่ทันจนท่วมบริเวณบ้านของชาวบ้านไม่กี่คน แต่สาเหตุมาจากเขื่อนดินที่บ้านของหนูเป็นผู้สร้างในที่ดินของหนู ไม่ทราบว่าอบต.จะมีสิทธิ์ทำลายเขื่อนดินของหนูรึป่าวค่ะ__... แต่เขื่อนดินที่ว่าก็สร้างให้มีที่ระบายน้ำน่ะค่ะ แค่มันระบายไม่ทัน!  

ชอบ + 171   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 1.46.24.185     ตอบเมื่อ : Wed 30 March 11 , 00:44


กรวิชญ์
สมาชิก
ตอบ : 1508

ความเห็นที่ 46

ความคิดเห็นคุณ มะนาว : ตอบเมื่อ Wed 30 March 11 , 00:44
อยากถามว่าหาก เกิดน้ำระบายไม่ทันจนท่วมบริเวณบ้านของชาวบ้านไม่กี่คน แต่สาเหตุมาจากเขื่อนดินที่บ้านของหนูเป็นผู้สร้างในที่ดินของหนู ไม่ทราบว่าอบต.จะมีสิทธิ์ทำลายเขื่อนดินของหนูรึป่าวค่ะ__... แต่เขื่อนดินที่ว่าก็สร้างให้มีที่ระบายน้ำน่ะค่ะ แค่มันระบายไม่ทัน!  
ในเบื้องต้น  ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำได้โดยพลการครับ  หากยังฝืนทำไปก็เป็นความผิดทำให้เสียทรัพย์  เป็นความผิดอาญาครับ 

ทีมงานทนายวีไอพี
080-7819-202 วันทูคอล
084-1199-608 ทรู
www.tanaivip.com
MSN//email : [email protected]

ชอบ + 168   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.120.29.116     ตอบเมื่อ : Wed 30 March 11 , 00:48


  มะนาว
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 47

หนูสามารถแจ้งข้อหาบุกรุกได้มั้ยค่ะ ___

ชอบ + 170   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 115.67.97.255     ตอบเมื่อ : Wed 30 March 11 , 00:58


กรวิชญ์
สมาชิก
ตอบ : 1508

ความเห็นที่ 48

ความคิดเห็นคุณ มะนาว : ตอบเมื่อ Wed 30 March 11 , 00:58
หนูสามารถแจ้งข้อหาบุกรุกได้มั้ยค่ะ ___
 ต้องมีพฤติการณ์มาเล่าให้ทนายความฟังก่อนครับ ถึงจะวินิจฉัยได้ 

ทีมงานทนายวีไอพี
080-7819-202 วันทูคอล
084-1199-608 ทรู
www.tanaivip.com
MSN//email : [email protected]

ชอบ + 194   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.120.29.116     ตอบเมื่อ : Wed 30 March 11 , 00:59


  มะนาว
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 49

อิอิ ขอบคุณค่ะ.. ^^'  => พี่ชายสุดหล่อ! 

ชอบ + 206   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 115.67.97.255     ตอบเมื่อ : Wed 30 March 11 , 01:01

Page •  1   2 
ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง LAWYERTHAI.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

แสดงความคิดเห็น
Name :  
Special Tag : ปิดท้ายคำสั่ง
 
  :-D 8-| :-( :-) :-[ )-( B-) B-( :-P 8-.
Comment :

ใส่ตัวเลขในช่องว่าง :
   
ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew Co., Ltd.