กฎหมาย IMEI (International Mobile Station Equipment Identity) หรืออีมี่

ตอบกระทู้


คำถามนี้ เพื่อป้องกันการส่งแบบอัตโนมัติจากสแปมบอท
รูปแสดงอารมณ์
:D :) :( :o :shock: :? 8) :lol: :x :P :oops: :cry: :evil: :twisted: :roll: :wink: :!: :?: :idea: :arrow: :| :mrgreen:

BBCode เปิด
[img] เปิด
[flash] ปิด
[url] เปิด
[Smile icon] เปิด

กระทู้แนะนำ
   

มุมมองที่ขยายได้ กระทู้แนะนำ: กฎหมาย IMEI (International Mobile Station Equipment Identity) หรืออีมี่

กฎหมาย IMEI (International Mobile Station Equipment Identity) หรืออีมี่

โดย mynamekongg » พุธ ม.ค. 18, 2017 3:27 pm

IMEI (International Mobile Station Equipment Identity) หรืออีมี่ หมายถึง หมายเลขที่เป็นรหัส ประจำตัวเครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งจะมี IMEI หรือหมายเลขเครื่องที่ไม่ซ้ำกับ IMEI ของโทรศัพท์มือถือเครื่องอื่นๆ โดย IMEI จะถูกกำหนดมาจากโรงงาน ของผู้ผลิตเครื่องโทรศัพท์มือถือ และจะถูกลงทะเบียน ไว้ในโครงข่ายของผู้ให้บริการ โดยผู้ให้บริการจะแบ่งการลงทะเบียน IMEI ออกเป็น 3 แบบ คือ

1. White List คือ รายการ IMEI เครื่องโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ที่สามารถใช้งานได้
2. Black List คือ รายการ IMEI เครื่องโทรศัพท์มือถือที่ผู้ให้บริการไม่ต้องการให้ใช้ งานในโครงข่าย เช่น โทรศัพท์มือถือที่มีผู้แจ้งหาย หรือถูกขโมย เป็นต้น
3. Gray list คือรายการ IMEI เครื่องโทรศัพท์มือถือที่ต้องการให้โครงข่าย ส่งรายงาน ไปที่ผู้ควบคุมระบบทุกครั้งที่มีการใช้งาน เช่น เครื่องที่มี Soft ware เวอร์ชั่นเก่ามาก ๆ หรือ เครื่องที่ได้รับการร้องเรียนว่าใช้ได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพื่อจะติดตามหาสาเหตุเหล่านั้น

ส่วนการปลดล๊อก IMEI นั้น หมายถึงการที่ผู้ให้บริการนั้น ได้บอกให้ระบบไม่ต้องทำการตรวจสอบ IMEI ใน White List แต่ส่วนการตรวจสอบใน Black List และ Gray list ก็ยังคงกระทำกันตามปกติ ซึ่งก็หมายความว่า ผู้ใช้บริการจะนำ Sim Card ของตน ไปใช้ในโทรศัพท์มือถือเครื่องใดก็ได้นั่นเอง
ปัจจุบันการที่ผู้ให้บริการทำการปลดล๊อก IMEI นั้น ไม่ใช่เป็นการกระทำเพราะกฎหมายบังคับ แต่เป็นการกระทำในทางการค้า เพื่อหวังผลกำไรในทางธุรกิจ ในการจำหน่ายหมายเลขโทรศัพท์ เพื่อขยายเครือข่ายในระบบของตน และในปัจจุบัน หากผู้ใช้บริการที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าที่ทำการล๊อก IMEI ไว้ ก็สามารถนำเครื่องดังกล่าว ไปให้ผู้ให้บริการทำการปลดล๊อกให้ได้ ส่วนใครที่ไปทำการปลดล๊อกมาแล้ว ก็สามารถใช้เครื่องได้ตามปกติไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
พูดถึงเรื่องโทรศัพท์ ปัจจุบันได้มีเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ก็คือการ Up Grade โทรศัพท์มือถือ เช่น ซื้อเครื่อง NOKIA 3310 มาแล้วนำไป Up Grade เป็น NOKIA 3350 หรือซื้อ NOKIA 8250 มาแล้วนำไป Up Grade เป็น NOKIA 8850 เป็นต้น
กรณีการ Up Grade ดัง กล่าวนั้น โดยความเห็นของผม ในทางกฎหมายแล้วเห็นว่า น่าจะมีความผิดฐานกระทำละเมิดลิขสิทธิ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ พ.ศ. 2537 เพราะการกระทำดังกล่าว เป็นการดัดแปลงสินค้าอันมีลิขสิทธิ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ และนิตยสารบางฉบับ ที่บอกขั้นตอนวิธีการ Up Grade โทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ นั้น ก็ย่อมจะต้องมีความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิด้วยเช่นกัน
เกี่ยวกับเรื่องข้อปฏิบัติ ในการใช้โทรศัพท์มือถือนั้น โดยมากแล้วก็มักจะมีเขียนไว้ ในสัญญาขอใช้บริการ หรืออาจจะเขียนไว้ตามสถานที่สาธารณะ เช่น การห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน ในสถานที่ทดลองเกี่ยวกับระเบิด หรือในปั้มน้ำมัน ข้อห้ามเหล่านี้ หากฝ่าฝืนไม่กระทำตาม ก็จะไม่เป็นความผิดตามกฎหมายไทย เนื่องจากไม่มีบทกฎหมายระบุไว้โดยเฉพาะ

ในประเทศอเมริกาได้มีบัญญัติ ให้การใช้โทรศัพท์มือถือบนเครื่องบิน เป็นความผิดตามกฎหมาย คือ ห้ามเด็ดขาด แต่ในประเทศไทยหากความเสียหาย เกิดจากการใช้โทรศัพท์มือถือโดยฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ผู้ใช้เองก็อาจต้องรับผิด ฐานประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาได้ ส่วนเรื่องการรับประกันอุปกรณ์ของโทรศัพท์มือถือนั้น ก็เหมือนกับการรับประกันสินค้าอื่นโดยทั่วไป คือมีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่การรับประกันอาจถูกยกเลิกก่อนกำหนด หากผู้ใช้บริการไม่ปฏิบัติตามสัญญา เช่น กรณีการนำเครื่องโทรศัพท์มือถือไปแก้ IMEI เอง การ Up Grade รุ่นของโทรศัพท์มือถือ การสับเปลี่ยนหน้ากาก (บางยี่ห้อ) และการกระทำอื่น ๆ ที่อาจส่งผลกระทบ กับความมีเสถียรภาพในการทำงาน ของโทรศัพท์มือถือนั้น

ยุคนี้ พวกเราทุกคนต่างก็ใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นเหมือนกับปัจจัยที่ 5 ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ขอให้ใช้โทรศัพท์มือถือด้วยความระมัดระวัง และใช้อย่างมีสติปัญญา ด้วยกันทุกคนครับ

ข้างบน