รู้ทันกฎหมาย : ตายแล้วยังต้องเสียภาษี

พูดคุยเรื่องกฎหมาย ความเห็นด้านกฎหมาย บุคคล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ที่นี่

Moderator: mr_joe141, Jurist2, maclaw

lawyerthai

เสาร์ ม.ค. 28, 2017 12:22 pm  

"เมื่อใครคนนั้นตายไปแล้วทิ้งหนี้เอาไว้ให้ลูกหลานจัดการสะสาง ค่าภาษีก็เป็นหนี้ชนิดหนึ่งซึ่งต้องชำระให้กับรัฐ เมื่อเป็นหนี้ทั้งเอกชนคนทั่วไปและกับรัฐ แต่มีเงินและทรัพย์สินไม่พอใช้หนี้ทั้งหลาย กฎหมายท่านเลยจัดลำดับสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเอาไว้ เรียกเป็นภาษากฎหมายว่า “บุริมสิทธิ"

คาดเดากันไม่ค่อยได้ว่าความตายจะเยือน มาหาเมื่อใด แต่เมื่อมันมาพรากคนรักของเราไป นอกจากความเสียใจ ยังมีเรื่องมากมายให้ต้องจัดการ และในบรรดาสิ่งเหล่านั้นก็คือ การเสียภาษี ที่เป็นหน้าที่ของคนมีชีวิตอยู่

เรื่องของภาษีเป็นหน้าที่ของคนมีเงินได้ ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีทุกปี ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป สำหรับเงินได้ประเภทเงินเดือนค่าจ้าง และหากเป็นเงินได้อย่างอื่น ก็ต้องยื่นภายในเดือนกันยายนของปีถัดไป โดยนับคำนวณรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนธันวาคม เป็นรอบปีภาษี

คนที่ตายไปหากมีเงินได้อยู่ก่อนตายและตัวเลขได้เกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย เขาหรือเธอก็คงยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีอยู่ทุกปีตามกำหนด ครั้นตายไปก็ไม่ทันได้ตั้งใจว่าจะให้ตายครบรอบปีภาษีพอดี ส่วนใหญ่ก็จะตายระหว่างปีภาษีกันทั้งนั้น ทำให้มีเงินได้ค้างปีที่ยังไม่ได้ยื่นแบบและเสียภาษีให้รัฐ ซึ่งคนไม่ตายต้องจัดทำแทน

ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายได้แก่ ผู้จัดการมรดกของคนตาย หากยังไม่มีการตั้งก็ต้องตกเป็นหน้าที่ของทายาทคนตาย ซึ่งก็ได้แก่ สามีหรือภรรยา หรือว่าลูก รวมทั้งพ่อหรือแม่ของคนตายที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย แม้จะมีให้เลือกมากมายแต่ก็อย่าได้เกี่ยงกัน เพราะว่ามีโทษทางกฎหมายตามมา

ในการยื่นก็ไม่ต้องไปเอาเงินได้ของตนเองไปดองด้วย เป็นส่วนของคนตายล้วนๆ ส่วนการจ่ายภาษีก็ใช้เงินของคนตายอีกนั่นแหละ ไม่เกี่ยวกับเงินของคนอยู่ เรียกว่าใช้เงินจากกองมรดกมาชำระภาษี และหากว่าเงินไม่พอก็แล้วไป ไม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามา แต่ที่ว่าไม่มีหมายความทั้งเงินและทรัพย์สิน ไม่ใช่เฉพาะเงินสดเท่านั้น

อาจเกิดขึ้นได้เมื่อใครคนนั้นตายไป แล้วทิ้งหนี้เอาไว้ให้ลูกหลานจัดการสะสาง ค่าภาษีก็เป็นหนี้ชนิดหนึ่งซึ่งต้องชำระให้กับรัฐ เมื่อเป็นหนี้ทั้งเอกชนคนทั่วไปและกับรัฐอย่างนี้ แต่มีเงินและทรัพย์สินไม่พอใช้หนี้ทั้งหลาย ในขณะที่เจ้าหนี้ก็เข้าแถวเรียกร้องให้จ่ายกันมากมาย กฎหมายท่านเลยจัดลำดับสิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนเอาไว้ เรียกเป็นภาษากฎหมายว่า "บุริมสิทธิ"

แปลว่าอย่ามาใช้หลักทวงก่อนได้สิทธิก่อน แต่ดูว่าเป็นหนี้ค่าอะไร นั่นคือหนี้ค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ร่วมกัน หนี้ค่าทำศพ แล้วจึงมาถึงหนี้ค่าภาษีอากร ดังนั้น ถ้าเกิดเงินทองทรัพย์สินของคนตายมีไม่พอทำศพ แล้วยังมีหนี้ภาษีที่ต้องจ่าย ก็ได้แต่ปลงว่าไม่สามารถช่วยชาติด้วยการจ่ายค่าภาษีได้ เพราะการจ่ายต้องทำตามลำดับ

แล้วต้องมีหน้าที่ยื่นเสียภาษีกันอีกนานแค่ไหน คำตอบสุดท้ายก็คือ เมื่อได้แบ่งมรดกหรือจัดการมรดกเสร็จไปก็ไม่ต้องมีภาระแล้ว อาจสงสัยว่าทำไมต้องรอให้จัดการมรดกเสร็จ ก็เพราะบางทีคนที่ตายแม้ไม่มีชีวิตอยู่ แต่มีรายได้เกิดอยู่หลังความตาย เช่น มีบ้านให้เช่าก็มีรายได้เป็นค่าเช่า ซึ่งยังไม่ได้จัดสรรในระหว่างทายาท กองมรดกก็ต้องรับผิดชอบไปเรื่อยๆ

แต่คิดใหม่ว่าถ้าคนตายแล้วตายเลย ไม่มีรายได้อะไรให้เดือดร้อน ก็ไม่ต้องทำการยื่นแบบ หรือมีรายได้แต่ไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมาย ก็ไม่ต้องทำการยื่นแต่อย่างใด

แม้คนจะตายไปคนยังอยู่ก็ควรเอาใจใส่ในเรื่องของหน้าที่ที่เขามีอยู่ อย่าได้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ สนใจแต่สิทธิตัวเองที่จะได้อะไรจากความตายของคนนั้น ชีวิตคนเรามันสั้นยาวไม่เท่ากัน แต่ความผูกพันยังคงอยู่กันต่อไป ก็ให้คนตายไม่ต้องเสียหายเพราะลืมจ่ายภาษีแล้วกัน


Bumped ล่าสุดโดย Anonymous on เสาร์ ม.ค. 28, 2017 12:22 pm.

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน