ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมาย

พูดคุยเรื่องกฎหมาย ความเห็นด้านกฎหมาย บุคคล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ที่นี่

Moderator: mr_joe141, Jurist2, maclaw

lawyerthai

เสาร์ ม.ค. 28, 2017 12:21 pm  

ภาษาอังกฤษสำหรับนักกฎหมายเพื่อเป็นการฝึกฝนและเพิ่มพูนความรู้ด้านภาษาอังกฤษ
สงวนลิขสิทธิ์โดย © :: THE THAI BAR All Right Reserved.

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๖๐ ตอน ๒ มิถุนายน ๒๕๔๗
๑. ข้อความภาษาอังกฤษ
Ayakan Monthon Nakon Rajasima
vs.
Nai Moke and Chin Chong Uh.
In this case the principal reason the Courts below dismissed the charge was that there was some discrepancy between Chin Chong Uh’s answer to the charge and the evidence of his wife Amdeng Chu, namely, that whereas Chin Chong Uh says that the opium pipe in question was received from Nai Moke in deposit, Amdeng Chu says that it was received from Nai Make in payment of cost of opium. But it is a very easy matter to reconcile this apparent discrepancy. There can be no doubt at all that both Chin Chong Uh and Amdeng Chu mean one and the same thing, namely, that this pipe was received from Nai Moke in payment of cost of opium. The reason why Chin Chong Uh does not say so out-right is because he does not want officials to know that he gives opium in exchange with articles. Therefore, in order not to be so understood, he says that Nai Moke came and smoked opium and left this pipe in deposit, i.e., by way of security for the cost of opium.
As for the evidence that Nai Moke stole this pipe from Nai Deng there is the evidence of Chin Yuh who lives at 3 wahs’ distance from Nai Deng’s hut (Kratom) and who says that Nai Moke came to Nai Deng’s hut in the absence of Nai Deng and stayed there a long time touching this pipe and other things in the hut, and there is the evidence of Nai Deng who says that he missed this pipe that may on his return to his hut. Moreover, there is the evidence of Nai Hio who saw this pipe in Chin Chong Uh’s shop and recognized it as Nai Deng’s pipe and having learnt from Chin Chong Uh that Nai Moke had brought it, informed Nai Deng, the owner, about it. In view of these circumstances we have no doubt that Nai Moke, Accused, is the thief who stole this pipe from Nai Deng’s hut. As for Chin Chong Uh there is no evidence to show that he received it from Nai Moke with knowledge that it was stolen property.
For these reasons we reverse the judgments of the Courts below and sentence Ai Moke, Accused, to imprisonment for six months and acquit Chin Chong Uh, Accused.

๒. คำแปลภาษาไทย
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตรวจฎีกา โจทย์ อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษ
ในคดีระหว่าง
อัยการมณฑลนครราชสีมา โจทย์
นายโหมก จีนช่องอู่ จำเลย
โจทย์ฟ้องต่อศาลมณฑลนครราชสีมาเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม ศก ๑๒๔ หาว่าวันขึ้นแรมเท่าใดไม่ปรากฏเดือน ๑๐ ศก ๑๒๔ นายโหมกจำเลยเปนผู้รายลักเอากล้องยาฝิ่นของนายแดงไป ๑ คัน ที่ตำบลโพธิ์กลาง แขวงเมืองนครราชสีมา จีนช่องอู่จำเลย ได้รับซื้อกล้องยาฝิ่นคันนี้ไว้จากนายโหมกจำเลยโดยรู้สึกว่าเปนของร้าย
นายโหมกจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหาโจทย์ จีนช่องอู่จำเลยให้การต่อสู้ ว่าได้รับฝากกล้องยาฝิ่นไว้จากนายโหมกจำเลยโดยไม่ทราบว่าเปนของร้าย
ศาลมณฑลนครราชสีมาลงเนื้อเห็นว่าจำเลยทั้ง ๒ คน ไม่มีความผิดจึงพิพากษาให้ปล่อยตัวจำเลยทั้ง ๒ คน หลดพ้นโทษไป โจทย์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ข้าหลวงพิเศษพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลมณฑลนครราชสีมา
โจทย์ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกา
ข้าพระพุทธเจ้าได้พร้อมกันตรวจสำนวนเรื่องนี้ตลอดแล้วเห็นด้วยเกล้า ฯ ว่าในคดีเรื่องนี้เหตุสำคัญที่ศาลล่างยกฟ้องโจทย์เสียนั้นก็คือมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง ในระหว่างคำให้การจีนช่องอู่แลคำเบิกความของอำแดงจู ภรรยาจีนช่องอู่ กล่าวคือ จีนช่องอู่ให้การว่ากล้องยาฝิ่นคันนี้ นายโหมกได้ฝากจีนช่องอู่ไว้ แต่อำแดงจูเบิกความว่าจีนช่องอู่ได้รับกล้องยาฝิ่นคันนี้ไว้จากนายโหมกเปนค่ายาฝิ่น แต่ข้อที่แตกต่างกันนี้เปนการง่ายที่จะลบล้างได้ จีนช่องอู่แลอำแดงจูหมายความสิ่งเดียวแลอย่างอย่างเดียวกัน โดยไม่ต้องสงไสยเลย คือจีนช่องอู่ได้รับกล้องยาฝิ่นคันนี้ไว้จากนายโหมกเปนค่ายาฝิ่นเหตุที่จีนช่องอู่ไม่กล่าวออกไปให้ชัดดังนี้ก็เพราะจีนช่องอู่ไม่อยากให้เจ้าพนักงานทราบว่าจีนช่องอู่ได้ให้ยาฝิ่นไปในการแลกเปลี่ยนกับสิ่งของ เพราะเมื่อจะไม่ให้เจ้าพนักงานเข้าใจดังนี้ จีนช่องอู่จึงกล่าวว่านายโหมกมาสูบยาฝิ่นแลฝากกล้องยาฝิ่นคันนี้ไว้คือเปนประกันค่ายาฝิ่น ส่วนคำพยานที่ว่านายโหมกได้ลักกล้องยาฝิ่นคันนี้ไปจากนายแดงนั้นก็มีคำของจีนอยู่ผู้ที่อยู่ห่างกระท่อมนายแดง ๓ วา ซึ่งเบิกความว่า นายโหมกมาที่กระท่อมนายแดงในเวลาที่นายแดงไม่อยู่ แลนายโหมกได้อยู่ที่นั่นนานแลได้หยิบถือกล้องคันนี้แลของอื่นๆในกระท่อมนั้น แลมีคำของนายแดงเบิกความว่าวันนั้นเมื่อนายแดงกลับมากระท่อมกล้องยาฝิ่นคันนี้หายไป ยังมีคำนายเหี่ยวพยานอีกปากหนึ่งเบิกความว่าได้เห็นกล้องยาฝิ่นคันนี้ในร้านจีนช่องอู่ แลจำได้ว่าเปนกล้องของนายแดงแลได้ทราบจากจีนช่องอู่ว่านายโหมกได้เอามาแลพยานได้ไปแจ้งความให้ นายแดงเจ้าของทราบ โดยเหตุเหล่านี้ข้าพระพุทธเจ้าจึงเห็นด้วยเกล้าฯว่า นายโหมกจำเลยเปนขโมยซึ่งลักกล้องยาฝิ่นคันนี้ไปจากกระท่อมนายแดงโดยไม่มีข้อสงไสยเลย ส่วนจีนช่องอู่นั้นไม่มีคำพยานแสดงว่าจีนช่องอู่ได้รับกล้องยาฝิ่นคันนี้ไว้จากนายโหมกโดยรู้สึกว่าเปนของที่ผู้ร้ายลักเอามา
อาไศรย์เหตุเหล่านี้ จึงพร้อมกันพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างเสีย ให้จำคุกอ้ายโหมกจำเลยไว้มีกำหนด ๖ เดือน แลให้ปล่อยจีนช่องอู่จำเลยหลุดพ้นโทษไป.
วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๑๒๕
มาเซา
ศิริธัชสังกาศ
ประชากิจกรจักร์
อนุชิตชาญไชย

ที่มา : รูปแบบคำพิพากษาพร้อมคำแนะนำโดยคณะอนุกรรมการเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการเขียนคำพิพากษาเสนอคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

คำศัพท์
discrepancy : ข้อแตกต่าง
security : หลักประกัน, หลักทรัพย์
absence : ไม่อยู่
imprisonment : การจำคุก
reconcile : ปรองดอง, ไกล่เกลี่ย
deposit : ประกัน

๓. ข้อความภาษาไทย
มาตรา ๑๙ อนุญาโตตุลาการต้องมีความเป็นกลางและเป็นอิสระรวมทั้งต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญาอนุญาโตตุลาการ หรือในกรณีที่คู่สัญญาตกลงกันให้หน่วยงานซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการระงับข้อพิพาทโดยวิธีอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ดำเนินการต้องมีคุณสมบัติตามที่หน่วยงานดังกล่าวกำหนด
บุคคลซึ่งจะถูกตั้งเป็นอนุญาโตตุลาการจะต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงซึ่งอาจเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระของตน และนับแต่เวลาที่ได้รับการตั้งและตลอดระยะเวลาที่ดำเนินการทางอนุญาโตตุลาการบุคคลดังกล่าวจะต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงเช่นว่านั้นต่อคู่พิพาทโดยไม่ชักช้าเว้นแต่จะได้แจ้งให้คู่พิพาทรู้ล่วงหน้าแล้ว
อนุญาโตตุลาการอาจถูกคัดค้านได้ หากปรากฎข้อเท็จจริงซึ่งเป็นเหตุอันควรสงสัยถึงความเป็นกลางหรือความเป็นอิสระ หรือการขาดคุณสมบัติตามที่คู่พิพาทตกลงกัน แต่คู่พิพาทจะคัดค้านอนุญาโตตุลาการซึ่งตนเป็นผู้ตั้งหรือร่วมตั้งมิได้ เว้นแต่คู่พิพาทฝ่ายนั้นมิได้รู้หรือควรรู้ถึงเหตุแห่งการคัดค้านในขณะที่ตั้งอนุญาโตตุลาการนั้น
มาตรา ๓๔ ให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทไปตามกฎหมายที่คู่พิพาทกำหนดให้นำมาใช้บังคับกับข้อพิพาท ในกรณีที่มีการกำหนดถึงกฎหมายหรือระบบกฎหมายของประเทศใด หากข้อความมิได้กำหนดไว้โดยชัดแจ้งให้หมายความถึงกฎหมายสารบัญญัติ มิใช่กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายของประเทศนั้น
ในกรณีที่คู่พิพาทมิได้กำหนดถึงกฎหมายที่จะนำมาใช้บังคับกับข้อพิพาทไว้ ให้คณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาทไปตามกฎหมายไทย เว้นแต่เป็นกรณีที่มีการขัดกันแห่งกฎหมาย ก็ให้พิจารณาจากหลักว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายที่คณะอนุญาโตตุลาการเห็นสมควรนำมาปรับใช้
คู่พิพาทอาจกำหนดไว้โดยชัดแจ้งให้คณะอนุญาโตตุลาการมีอำนาจชี้ขาดข้อพิพาทโดยใช้หลักแห่งความสุจริตและเป็นธรรม
การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการต้องเป็นไปตามข้อสัญญาหากเป็นข้อพิพาททางการค้าให้คำนึงถึงธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าที่ใช้กับธุรกรรมนั้นด้วย
มาตรา ๓๕ ในกรณีที่คู่พิพาทมิได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น คำชี้ขาดคำสั่งและคำวินิจฉัยในเรื่องใดๆของคณะอนุญาโตตุลาการให้เป็นไปตามเสียงข้างมาก ถ้าไม่อาจหาเสียงข้างมากได้ให้ประธานคณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ทำคำชี้ขาด มีคำสั่งหรือคำวินิจฉัยเพียงผู้เดียว
ให้ประธานคณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้ชี้ขาดในกระบวนวิธีพิจารณา ถ้าคู่พิพาทหรืออนุญาโตตุลาการทุกคนได้ให้อำนาจไว้เช่นนั้น

๔. คำแปลภาษาอังกฤษ
Section 19 An arbitrator shall be impartial, independent and posses the qualifications prescribed in the arbitration agreement; or if the parties agree to submit the dispute to an institution estabilshed for the purpose of administrating arbitration, the arbitrator shall have the qualifications prescribed by the institute.
A prospective arbitrator shall disclose any circumstances likely to give rise to justifiable doubts as to his impartiality or independence. An arbitrator, from the time of his appointment and throughout the arbitral proceedings, shall without delay disclose any such circumstances to the parties unless they have already been informed of them by him.
An arbitrator may be challenged if circumstances exist that give rise to justifiable doubts as to his impartiality or independence, or if he does not possess qualifications agreed to by the parties. No party shall challenge the arbitrator whom he has appointed or in whose appointment he has participated, except where the said party did not become aware of or could not have become aware of the grounds for challenge at the time of his appointment.
Section 34 The arbitral tribunal shall decide the dispute in accordance with the governing law chosen by the parties. Any designation of law or legal system of a country shall be construed, unless otherwise expressed, as directly referring to the substantive law of the country and not to its conflict of laws rules.
Failing any designation by the parties, the arbitral tribunal shall decide the dispute in accordance with Thai laws, save where there is a conflict of laws, the arbitral tribunal shall apply the law determinated by the principle of conflict of laws it considers appropriate.
The parties may expressly stipulate that the arbitral tribunal shall determine the dispute ex aequo et bono.
The arbitral tribunal shall decide in accordance with the terms of the contract and shall take into account the trade usage applicable to the transaction.
Section 35 Unless otherwise agreed by the parties, any awards, orders and rullings of the arbitral tribunal shall be made by a majority of vote. If a majority of votes cannot be obtained, the chairman of the arbitral tribunal shall solely issue an award, an order or a ruling.
The questions of procedure shall be decided by the chairman of the arbitral tribunal if so authorized by the parties or all members of the arbitral tribunal.

ที่มา : พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ และคำแปล สำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานศาลยุติธรรม

คำศัพท์
arbitrator : อนุญาโตตุลาการ
dispute : ข้อพิพาท
disclose : เปิดเผย
without delay : โดยไม่ชักช้า
conflict of laws : การขัดกันแห่งกฎหมาย
an award : คำตัดสินชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ
ex aequo et bono : หลักแห่งความสุจริตและเป็นธรรม
tribunal : คณะตัดสินข้อพิพาท
solely : เพียงผู้เดียว

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๕๙ ตอน ๑ มีนาคม ๒๕๔๖
ข้อความภาษาไทย

ข้อ ๑ วัตถุประสงค์และที่มาของการจัดตั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เนื่องจากประเทศไทยประสบปัญหาเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงเพิ่มมากขึ้น แต่กระบวนการยุติธรรมในการดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ทุจริตและประพฤติมิชอบยังล่าช้าและไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ จึงกำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการระดับสูง และไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น เพื่อดำเนินการถอดถอนจากตำแหน่ง ให้อัยการสูงสุดดำเนินคดีอาญาหรือร้องขอให้ทรัพย์สินของบุคคลดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดินแล้วแต่กรณีและเพื่อให้การดำเนินคดีต่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งถูกกล่าวหาดังกล่าว เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเที่ยงธรรม จึงกำหนดให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขึ้นในศาลฎีกาเพื่อพิจารณาพิพากษาคดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองคือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือข้าราชการการเมืองอื่น ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตต่อหน้าที่ตามกฎหมายอื่น รวมทั้งบุคคลอื่นที่เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดดังกล่าวด้วย โดยผู้พิพากษาศาลฎีกาที่เป็นองค์คณะผู้พิพากษาในคดีดังกล่าวจะต้องขึ้นบัลลังก์เพื่อพิจารณาคดีเช่นเดียวกับผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น การพิจารณาคดีดังกล่าวจะเป็นระบบไต่สวนโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องยึดสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเป็นหลักในการพิจารณา แต่อาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร ส่วนอำนาจหน้าที่และวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น มาตรา ๒๗๒ วรรคสาม บัญญัติว่าจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๔๒ จึงได้บัญญัติให้มีแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขึ้นในศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจึงเกิดขึ้นตั้งแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นต้นมา

คำแปลภาษาอังกฤษ
Objective and origin of the establishment of the Supreme Court’s Criminal Division for Persons Holding Political Positions
Thailand has increasingly encountered a great number of corruption and misconduct problems from politicians and other high-ranking government officials, but the justice system concerned has still been in slowness and inefficiency. As such, the Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2540 (1997) has established the National Counter Corruption Commission (NCCC) , whereby its duties are to inspect the assets of the holders of political positions and high-ranking government officials, to inquire into facts in the case of having an accusation that the holders of political positions and state officials have become unusually wealthy, committed an offence of malfeasance in office according to Penal Code, committed an offence of a dishonest act in office or corruption according to other laws, remove such persons from their offices, to submit the case to the Prosecutor General for further instituting criminal proceedings or request the assets of such persons to vest in the State, as the case may be. And for the purpose of expeditious and fair trial, the Criminal Division for Persons Holding Political Positions in the Supreme Court is thus established in order to try and adjudicate a case against persons holding political position, viz., Prime Minister, Minister, Member of the House of Representatives, Senator or other political officials having been accused of becoming unusually wealthy, committing an offence of malfeasance in office according to Penal Code, committing an offence of a dishonest act in office or corruption according to other laws, including a principal, an instigator or a supporter of such offence. The justices of the Supreme Court constituting the quorum of judges are required to sit at the hearing of a case the same manner as the justices of the Court of First Instance. However, the trial thereof is founded upon an inquisitorial system by which the Criminal Division for Persons Holding Political Positions must mainly rely on the file of the NCCC, however, the quorum may conduct an investigation in order to obtain additional facts or evidence as it thinks proper. Section 272 paragraph three of the Constitution prescribes that the competence of the Criminal Division for Persons Holding Political Positions of the Supreme Court and the criminal procedure for such persons shall be in accordance with the Constitution of the Kingdom of Thailand B.E.2540 and the organic law on criminal procedure for persons holding political positions. Therefore, in order to be in conformity with the provisions provided in the Constitution, Section 8 of the Organic Law Act on Criminal Procedure for Persons Holding Political Positions B.E.2542(1999), which came into force since September 15th,2542, provides that the Criminal Division for Persons Holding Political Positions shall be established in the Supreme Court. Ultimately, the Supreme Court’s Criminal Division for Persons Holding Political Positions has been established from the enforcement date of such organic law act onwards.

คำศัพท์
Supreme Court’s Criminal Division for Persons Holding Political Positions: ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
Constitution : รัฐธรรมนูญ
National Counter Corruption Commission (NCCC): คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
accusation : การกล่าวหา
unusually wealthy : ร่ำรวยผิดปกติ
The offence of malfeasance in office : ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ
Penal Code :ประมวลกฎหมายอาญา
Member of the House of Representatives : สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
Senator : สมาชิกวุฒิสภา
principal : ตัวการ
instigator : ผู้ใช้
supporter : ผู้สนับสนุน
quorum of judges : องค์คณะผู้พิพากษา
inquisitorial system : ระบบไต่สวน
competence : ความสามารถ, อำนาจหน้าที่
organic law : กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๒ ลักษณะพิเศษของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(๑) เป็นแผนกหนึ่งในศาลฎีกาที่จัดให้มีขึ้นโดยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเป็นการเฉพาะ แตกต่างจากแผนกคดีพิเศษอื่นๆในศาลฎีกาที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลชำนัญพิเศษนั้น
(๒) เป็นศาลที่เป็นส่วนหนึ่งของศาลยุติธรรม ผู้พิพากษาที่จะทำการพิจารณาพิพากษาคดีในศาลนี้จึงเป็นข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาทั้งหมด
(๓) เป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีบางประเภทและผู้ที่จะถูกดำเนินคดีในศาลจำกัดเฉพาะบุคคลที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นกับสมาชิกสภาท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติเท่านั้น
(๔) เป็นศาลสูงสุด ซึ่งต้องขึ้นบัลลังก์เพื่อนั่งพิจารณาคดีและคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลเป็นที่สุด
(๕) ผู้ที่เป็นโจทก์จำกัดเฉพาะอัยการสูงสุดและคณะกรรมการ ป.ป.ช. ผู้เสียหายเป็นโจทก์ฟ้องเองหรือเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้
(๖) ศาลสั่งประทับฟ้องคดีอาญาได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการไต่สวนมูลฟ้อง
(๗) องค์คณะผู้พิพากษาต้องมีจำนวน ๙ คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเป็นผู้คัดเลือกจากผู้พิพากษาในศาลฎีกาซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาในศาลฎีกาเป็นรายคดี
(๘) การพิจารณาคดีใช้ระบบไต่สวน มิใช่ระบบกล่าวหาอย่างคดีธรรมดา
(๙) เป็นศาลที่มีข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลใช้โดยเฉพาะ
(๑๐) เป็นศาลไต่สวนมูลคดีในกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้ดำเนินคดีต่อกรรมการ ป.ป.ช. โดยองค์คณะผู้พิพากษาจะแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนซึ่งประกอบด้วยข้าราชการตุลาการและบุคคลภายนอกเป็นผู้ทำการไต่สวนว่าคดีมีมูลหรือไม่

คำแปลภาษาอังกฤษ
Special Characteristics of the Supreme Court’s Criminal Division for Persons Holding Political Positions
(1) It is a division in the Supreme Court particularly established in accordance with the provisions of the Constitution of the Kingdom of Thailand and differs from other spercialized divisions in the Supreme Court.
(2) It is a court being the part of the Courts of Justice whereby the justices for the adjudication of a case consist of all judicial officials holding position of not lower than the justice of the Supreme Court.
(3) It is the Court having the power to try and adjudicate certain cases and the persons being prosecuted are limited only the persons holding political positions, local administrators and members of a local assembly as provided by law.
(4) It is the final Court in which the judges are required to sit at the hearing of a case and decisions or orders thereby are final.
(5) Only the General Prosecutor and the NCCC are entitled to be the prosecutor. An injured person is not allowed to be the prosecutor for instituting prosecution or associate himself as joint-prosecutor.
(6) The Court is entitled to accept a charge immediately without a preliminary examination.
(7) The quorum of judges shall consist of 9 justices of the Supreme Court holding position of not lower than the justice of Supreme Court elected on a case-by-case basis at the general meeting of the Supreme Court.
(8) A trial is founded upon an inquisitorial system, not an adversarial system.
(9) It is the Court having special provisions relating to the proceedings of the Court.
(10) It is the Court inquiring the cause of action in the case where the President of the Senate refers the request on prosecution against members of the NCCC whereas the quorum of judges will appoint the Inquiry Committee comprising of judicial officials and a third person as the inquirer of whether or not it is a prima facie case.

คำศัพท์
adjudication : การพิพากษา, การชี้ขาดตัดสินของศาล
prosecuted : ฟ้องคดีอาญา
preliminary examination : การไต่สวนมูลฟ้อง
on a case-by-case basis : เป็นรายคดี, เป็นกรณีๆไป
inquisitorial system : ระบบไต่สวน
adversarial system : ระบบกล่าวหา
quorum of judges : องค์คณะผู้พิพากษา
prima facie case : คดีมีมูล

ข้อ ๑ และ ข้อ ๒
ที่มา : General Information of the Supreme Court’s Criminal Division for Persons Holding Political Positions

ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๓
มาตรา ๒๓๗ ในคดีอาญา การจับและคุมขังบุคคลใด จะกระทำมิได้เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล หรือผู้นั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า หรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นให้จับได้โดยไม่มีหมายตามที่กฎหมายบัญญัติ โดยผู้ถูกจับจะต้องได้รับการแจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับ โดยไม่ชักช้า กับจะต้องได้รับโอกาสแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับไว้วางใจทราบในโอกาสแรก และผู้ถูกจับซึ่งยังถูกควบคุมอยู่ต้องถูกนำตัวไปศาลภายในสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่เวลาที่ผู้ถูกจับถูกนำตัวไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน เพื่อศาลพิจารณาว่ามีเหตุที่จะขังผู้ถูกจับไว้ตามกฎหมายหรือไม่ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุจำเป็นอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ
หมายจับหรือหมายขังบุคคลจะออกได้ต่อเมื่อ
(๑) มีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงที่มีอัตราโทษตามที่กฎหมายบัญญัติ หรือ
(๒) มีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำความผิดอาญา และมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้นั้นจะหลบหนี หรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่นด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ
Section 237. In a criminal case, no arrest and detention of a person may be made except where an order or a warrant of the Court is obtained, or where such person commits a flagrant offence or where there is such other necessity for an arrest without warrant as provided by law. The arrested person shall, without delay, be notified of the charge and details of such arrest and shall be given an opportunity to inform, at the earliest convenience, his or her relative, or the person of his or her confidence, of the arrest. The arrested person being kept in custody shall be sent to the Court within forty eight hours as from the time of his or her arrival at the office of the inquiry official in order for the court to consider whether there is a reasonable ground under the law for the detention of the arrested person or not, except for the case of force majeure or any other unavoidable necessity as provided by law.
A warrant of arrest or detention of a person may be issued where :
(1) there is reasonable evidence that such person is likely to have committed a serious offence which is punishable as provided by law ; or
(2) there is reasonable evidence that such person is likely to have committed an offence and there also exists a reasonable cause to belive that such person is likely to abscond, tamper with the evidence or commit any other dangerous act.

คำศัพท์
arrest : การจับ
detention : การคุมขัง
flagrant offence : ความผิดซึ่งหน้า
custody : การควบคุม, การคุมขัง
reasonable ground : เหตุอันควร
force majeure : เหตุสุดวิสัย
unavoidable necessity :เหตุจำเป็น
abscond : หลบหนี
tamper with the evidence : ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ข้อ ๓
ที่มา : Constitution of the Kingdom of Thailand B.E. 2540 (1997) – Office of the Council of State

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๕๙ ตอน ๒ มิถุนายน ๒๕๔๖
ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๑. มาตรฐานการพิสูจน์
ในระบบกฎหมายอเมริกา ผู้นำคดีมาสู่ศาลมีภาระในการพิสูจน์ กล่าวคือ โจทก์มีหน้าที่ต้องพิสูจน์ความจริงในข้อกล่าวหาของตน ภายใต้หลักกฎหมายแพ่งนั้น โจทก์ต้องพิสูจน์เพียงแค่มาตรฐานของการพิสูจน์พยานหลักฐานในคดีแพ่ง เพื่อที่จะชนะคดีภายใต้มาตรฐานดังกล่าว น้ำหนักของพยานหลักฐานไม่ว่าจะเบาบางเพียงใดต้องเป็นไปในทางโจทก์ในข้อขัดแย้งนั้น ถ้าโจทก์ไม่สามารถพิสูจน์ตามมาตรฐานการพิสูจน์ดังกล่าวได้จำเลยจะชนะคดี ในคดีอาญาจะมีมาตรฐานการพิสูจน์ที่จำเป็นในคดีอาญาที่แตกต่างออกไป เรียกว่ามาตรฐานการพิสูจน์จนปราศจากความสงสัยตามสมควร มาตรฐานดังกล่าวกำหนดภาระการพิสูจน์ที่มากกว่าให้แก่ฝ่ายรัฐซึ่งเป็นโจทก์ในคดีอาญา มีข้อสังเกตว่า มาตรฐานดังกล่าวไม่ได้หมายถึงปราศจากความสงสัยไม่ว่ากรณีใดๆ แต่หมายถึงปราศจากความสงสัยตามสมควรโดยศาลใช้มาตรฐานบุคคลที่มีเหตุผล (วิญญูชน) ถ้าวิญญูชน ๑๒ คน หลังจากที่ได้ฟังพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องแล้วได้ลงความเห็นโดยปราศจากข้อสงสัยตามสมควรว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดทางอาญา ก็เท่ากับว่าภาระการพิสูจน์ก็ได้รับการพิสูจน์ครบถ้วนตามมาตรฐานแล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ
Standard of proof
Under the U.S. system of law, the person who brings the cause of action before the court bears the burden of proof. That is, the plaintiff is responsible for proving the truthfulness of his allegations. Under the rules of civil law, the plaintiff must usually meet only the preponderance-of-evidence standard in order to win. Under that standard, the weight of evidence, however slight, must favor the plaintiff’s version of the dispute. If the plaintiff fails to meet this standard of proof, the defendant will prevail. In criminal law, a different standard of proof, called beyond a reasonable doubt, is required. This standard places a greater burden on the State, which is the plaintiff, in a criminal case. Note that the standard means not beyond all doub,but only beyond “reasonable” doubt. Courts employ the “reasonable person” standard, which holds that if twelve reasonable persons, after hearing the relevant evidence, conclude beyond a reasonable doubt that the accused committed the crime, the burden of proof has been met.

คำศัพท์
๑. bear : แบกรับ (ภาระ)
๒. burden of proof : ภาระการพิสูจน์
๓. plaintiff : โจทก์
๔. allegation : ข้อกล่าวหา
๕. preponderance : มาตรฐาน ภาระการพิสูจน์ในคดีแพ่งที่ฝ่ายใดนำสืบมีน้ำหนักมากกว่าจะชนะคดี
๖. defendant : จำเลย
๗. prevail : ชนะ
๘. criminal law : กฎหมายอาญา
๙. beyond a reasonable doubt : มาตรฐานภาระการพิสูจน์ในคดีอาญา ”ปราศจากความสงสัยตามสมควร”
๑๐. employ : ใช้
๑๑. relevant : ที่เกี่ยวข้อง
๑๒. evidence : พยานหลักฐาน
๑๓. the accused : ผู้ถูกกล่าวหา
๑๔. commit the crime : ประกอบอาชญากรรม

ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๒ คดีละเมิดทุกคดีจะเริ่มจากการที่ข้อพิพาทหรือข้อขัดแย้งไม่อาจได้รับการแก้ไขในวิธีการที่เป็นทางการน้อยกว่า บุคคลที่รู้ว่าตนได้รับความเสียหายโดยอีกบุคคลหนึ่งอาจเริ่มคดีแพ่ง บุคคลที่ยื่นฟ้องคดีเรียกว่า โจทก์ บุคคลที่ถูกฟ้องเรียกว่า จำเลย ก่อนที่จะมีการยื่นฟ้องคดีโดยทั่วไปแล้วโจทก์จะปรึกษากับทนายความที่จะแนะนำถึงความสมบูรณ์ของคดี หากทนายความเห็นว่าลูกความในอนาคตของตนผู้นั้นมีทางที่จะชนะคดีได้ ทนายความผู้นั้นก็อาจตกลงรับทำคดีเองหรือแนะลูกความต่อไปให้บุคคลอื่นที่มีความชำนาญเฉพาะในสาขาที่เป็นประเด็นแห่งคดี ทนายความอาจตกลงที่จะทำคดีโดยคิดตามสัดส่วนหากชนะคดี ซึ่งหมายความว่าทนายความจะได้รับการชำระค่าทนายความเมื่อข้อเรียกร้องของลูกความของตนประสบความสำเร็จ แต่ถ้าทนายความแพ้คดี ลูกความจะจ่ายเพียงค่าขึ้นศาลหรือค่าใช้จ่ายอันที่เกิดขึ้นจากการดำเนินคดี
บ่อยครั้งที่ทนายความฝ่ายโจทก์จะเริ่มต้นโดยแนะนำวิธีการแก้ไขข้อขัดแย้งในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการ โดยทนายความนั้นอาจโทรศัพท์หรือมีหนังสือถึงจำเลยเพื่อแจ้งให้ทราบว่าลูกความของตนตั้งใจที่จะยื่นฟ้องและจะโน้มน้าวให้ตกลงกันนอกศาล ในทางกลับกันจำเลยก็อาจจะมีทนายความของตนในการคาดว่าจะมีการฟ้องคดีจากโจทก์ จึงเป็นไปได้ว่าหลังจากที่ทนายความของทั้งสองฝ่ายได้ประชุมปรึกษากัน ข้อสัญญาอย่างไม่เป็นทางการอาจตกลงกันได้ จึงเป็นการหลีกเลี่ยงกระบวนทางกฎหมายที่เป็นทางการ คดีส่วนใหญ่จะได้รับการแก้ไข หลังจากการประชุมต่อรองอย่างไม่เป็นทางการระหว่างทนายความที่เกี่ยวข้องหรือหลังจากเข้าร่วมในการไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาท

คำแปลภาษาอังกฤษ
Every tort case begins with a dispute or controversy that cannot be resolved in a less formal manner. A person who feels that he has been injured by another may begin a civil action.The person filing the suit is called the plaintiff, and the person against whom the suit has been filed is called the defendant. Prior to actually filing a suit, the plaintiff will usually consult a lawyer, who will advise him about the soundness of his case. If the lawyer feels her prospective client has a good case, she may either agree to handle it personally or refer him to someone else who specializes in the kind of case in question. Lawyers often agree to work on the basis of a contingency fee, which means the lawyer is paid only if the client’s claim is successful. Should he lose, the client pays only for court fees and other expenses involved in pursuing the case.
Often the plaintiff’s lawyer will initially suggest an informal resolution of the conflict. She may call or write to the defendant to convey her client’s intent to sue and will thus be persuaded to settle out of court. The defendant, in turn, may have retained his own lawyer in anticipation of the plaintiff’s action. It is quite possible that after the lawyers for both sides confer, an informal agreement can be worked out, thus avoiding the formal legal process. A majority of cases are resolved after some informal negotiating by the lawyers involved or after referral to some alternative dispute resolution program.

คำศัพท์
๑. tort : ละเมิด
๒. resolve : ทำให้ (ปัญหา, ข้อขัดข้อง) หมดไป
๓. formal : ที่เป็นทางการ
๔. injure : ทำให้เสียหาย ทำอันตราย
๕. civil action : คดีแพ่ง
๖. filing the suit : ยื่นฟ้อง
๗. prior to : ก่อน
๘. consult : ปรึกษา
๙. soundness of case : ความสมบูรณ์ ความมีหลักฐานแห่งคดี
๑๐. specialize : ชำนาญเฉพาะ
๑๑. contingency : ค่าทนายความ ที่ทนายความจะได้รับเฉพาะกรณีที่ชนะคดี
๑๒. court fee : ค่าขึ้นศาล, ค่าธรรมเนียมศาล
๑๓. expense : ค่าใช้จ่าย
๑๔. informal : ที่ไม่เป็นทางการ
๑๕. resolution of the conflict : การแก้ไขข้อขัดแย้ง
๑๖. intent : ความตั้งใจ
๑๗. sue : ฟ้อง
๑๘. persuade : ชักชวน, โน้มน้าว, เกลี้ยกล่อม
๑๙. out of court : นอกศาล
๒๐. confer : ปรึกษา, ประชุม
๒๑. alternative dispute resolution : การไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาท
บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๖๐ ตอน ๓ กันยายน ๒๕๔๗
๑. ข้อความภาษาอังกฤษ
Defendant’s Dika
Chin Chong Hee Manager of Yee Hor Soon Tai Chung
vs.
Phra Ya Pak Dee Patara Korn
This is an appeal against a judgment of the Bangkok Appeal Court confirming a judgment of the Civil Court. The Plaintiff sued Phra Ya Pak Dee for Tcs. 8000./- and judgment was given in his favour with costs.
The defendant appealed and the Bangkok Appeal Court on February 1st. 129 confirmed the judgment of the Civil Court.
The defendant presents Dika but before this Court can consider it the plaintiff has presented a motion urging that the defendant is out of time and has not complied with an order of the Civil Court dated March 4th. 129, and asking that the Dika may be dismissed. The defendant in reply urges that the Courts were closed on the occasion of the Cremation of his late Majesty and that he has now complied with the order. The Civil Court referred the matter to this Court.
We have gone through the question and find that the order of the Civil Court dated March 4th. 1911 was received by the defendant on March 7th. 129. The Court ordered the defendant to pay certain cost into Court in 10 days under Cots 96.4. (a) & 103 of the Civil Procedure Code. This time would therefore expire on March 17th. 129 but on that day it is true that the Courts were closed for the Cremation. Now Sect. 19 of the same Code enacts that under such circumstances the first day of reopening is the day of the allotted period : the time there on March 18th. 129 on which day the defendant did not comply with the order : to paid the money into Court on March 20th. 129 had no sufficient ground has been given to us extend the time allowed.
Under these circumstances we hold that the point taken by the plaintiff in his motion is good and we give judgment to dismiss the defendant dika with costs including Tcs. 75/- for the plaintiff’s attorney.
ที่มา : รูปแบบคำพิพากษาพร้อมคำแนะนำ โดยคณะอนุกรรมการเพื่อการศึกษาแนวทางการพัฒนารูปแบบการเขียนคำพิพากษาคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

๒.ข้อความภาษาไทย
คำพิพากษาที่ ๔๕๐ ปี ๑๓๐
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตรวจฎีกา จำเลย อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์
จีนจงฮี้ผู้จัดการซุนไทจึง โจทก์
ในคดีระหว่าง
พระยาภักดีพัทรากร จำเลย

ในคดีเรื่องนี้จำเลยทูลเกล้าฯถวายฎีกาอุทธรณ์คำพิพากษาศาลอุทธรณ์กรุงเทพฯ ซึ่งได้พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแพ่ง
โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่ยังค้างจำเลย ๘,๐๐๐ บาท ต่อศาลแพ่ง ศาลได้พิพากษาให้โจทก์ชนะคดี แลให้จำเลยเสียค่าฤชาธรรมเนียมแทน
จำเลยยื่นอุทธรณ์ ครั้นวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๑๒๙ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแพ่ง
จำเลยทูลเกล้าฯถวายฎีกาแต่ก่อนที่ศาลวินิจฉัยเรื่องนี้โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านว่าจำเลยนำเงินมาวางศาลช้าเกินกำหนดที่ได้กำหนดไว้ในคำสั่งลงวันที่ ๔ มีนาคม ๑๒๙ ของศาลแพ่ง แลขอให้ยกฎีกาจำเลยเสีย
จำเลยให้การแก้ว่า การที่จำเลยนำเงินมาวางศาลช้าเกินกำหนดไปนั้น โดยศาลได้ปิดในงานพระเมรุพระพุทธเจ้าหลวง เหตุฉนั้นจำเลยได้กระทำตามคำสั่งนั้นแล้ว ศาลแพ่งจึงได้ส่งสำนวนมายังศาลนี้เพื่อให้ตรวจวินิจฉัยว่าจำเลยจะฎีกาได้หรือไม่
ข้าพระพุทธเจ้าได้พร้อมกันตรวจปัญหาข้อนี้แล้วเห็นด้วยเกล้าฯ ว่า คำสั่งศาลแพ่งซึ่งลงวันที่ ๔ มีนาคม ๑๒๙ นั้นจำเลยได้ทราบตั้งแต่วันที่ ๗ มีนาคม ๑๒๙ ศาลสั่งให้จำเลยนำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายใน ๑๐ วัน ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่ง ปี ๑๒๗ มาตรา ๙๖ ข้อ ๔ (ก) และมาตรา ๑๐๓ เพราะฉนั้นวันสิ้นอายุตามกำหนดนี้ คือวันที่ ๑๗ มีนาคม ๑๒๙ แต่ความจริงวันนี้ศาลปิดในงานพระเมรุพระพุทธเจ้าหลวง ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๓๙ มีว่า เมื่อศาลปิดในวันสิ้นกำหนดดังนั้นแล้ว ให้ถือวันแรกเปิดศาลเป็นวันสิ้นกำหนดเพราะฉนี้วันที่ ๑๘ มีนาคม จึงเป็นวันสิ้นกำหนด จำเลยก็หานำเงินมาวางศาลในวันสิ้นกำหนดตามคำสั่งนั้นไม่ จำเลยนำเงินมาวางศาลต่อวันที่ ๒๐ มีนาคม ๑๒๙ ข้าพระพุทธเจ้ายังไม่เห็นด้วยเกล้าฯ ว่า จะมีเหตุผลพอที่จะกระทำให้เลื่อนเวลานั้นต่อไปอีกได้
อาศรัยเหตุเหล่านี้ ข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพิพากษาว่า ข้อที่โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านนั้นเป็นข้อที่ฟังได้ ให้ยกฎีกาจำเลยเสีย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ๗๕ บาทด้วย
วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๑๓๐
สกินเนอร์เตอร์เนอร์
พระยากฤติกานุกรณ์กิจ
พระยาจักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์
พระยามหิธรมนูปกรณ์โกศลคุณ

คำศัพท์
comply with : ปฏิบัติตาม
dismiss : ยก (ฎีกา)
Civil Procedure Code : ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

๓.ข้อความภาษาอังกฤษ
OFFENDERS PROBATION AND PAROLE ACT , 1963 - 1969
PROBATION ORDER
TO ………………………………………………………………….
(Name if full – surname in block letters)
of ……………………………………………………………………
WHEREAS you have been found guilty of ……………………………
……………………………………………………………………………………………
at ……………………………………on ……./ ………………./19…………..
(Name of Court)

The provisions of subsection (8) of section nine of the abovementioned Act having been complied with, this Court hereby directs, with your consent, that you be admitted to probation and requires that you be under the supervision of the probation officer assigned by the Chief Probation Officer in respect of this order for a period of ……… years from this date on the following conditions:-
(1)That you abstain from violation of the law.
(2)That within twenty – four hours after this date or as otherwise directed, you report to the ……………………………….personally.
(3)That you carry out the lawful instruction of the probation officer.
(4)That you report and receive visits as directed by the probation officer.
(5)That you notify the probation officer within 48 hours of any change of your address or change of your employment during the probation period.
(6)That unless permitted or required to do so by Supervising Court or the Chief Probation Officer you shall not leave or remain out of the State. Section 9 (7a)
The following special conditions also apply to this order .................................
......................................................................................................
......................................................................................................
......................................................................................................
This Court hereby appoints the Court of Petty Sessions at ………………………. as the Supervising Court under this Order.
Dated at……………………………….this…………….day of…………19………….


……………………………………….
Judge, Chairman, Stipendiary Magistrate,
Justice;-Officer-of-the-Court



I,………………………………………………………………………………………….. hereby confirm that I have consented to the terms and conditions of this order and will comply with the requirements of the order.
Dated…………../…………../19……………
(Signature) ……………………………….


NOTE -
(1) A copy of this order will be forwarded to the Chief Probation Officer, Perth.
(2) The Chief Probation Officer will advise you of the name and address of the probation officer who will supervise your probation.
(3) You are required to give seven days’ notice in writing to the Chief Probation Officer prior to any application to the Court by you for discharge or amendment or this order.

NOTES FOR THE GUIDANCE OF PROBATIONERS
1. If you break the law while on probation you are liable to be dealt with for the offence relating to this Probation Order.
2. If you do not comply with any of the conditions numbered (2) to (6) of this order you commit an offence against this Act. You are then liable to a FINE of up to $ 100 or can be dealt with again for the offence in respect of which this Order was made.
3. You are not permitted to leave this State without permission of the Chief Probation Officer or of the Supervising Court named on the front of this form.

๔.ข้อความภาษาไทย
คำแปลคำสั่งให้คุมความประพฤติของศาลในรัฐออสเตรเลียตะวันตก ประเทศออสเตรเลีย
พระราชบัญญัติคุมความประพฤติและพักการลงโทษผู้กระทำผิด 1963 – 1969
คำสั่งให้คุมความประพฤติ
ถึง…………………………………………………………………………………………
แห่ง……………………………………………………………………………………….
ด้วยเหตุที่ท่านมีความผิดฐาน……………………………………………………………........
…………………………………………………………………………………………….......................
ที่…………………………………………เมื่อวันที่………../………………/19……..
(ชื่อของศาล)
ตามบทบัญญัติในมาตรา 9 (8) แห่งพระราชบัญญัติคุมความประพฤติและพักการลง โทษผู้กระทำผิดซึ่งศาลนี้เป็นผู้พิจารณาตามกฎหมายฉบับนี้ ประกอบกับคำยินยอมของท่าน ศาลมีคำพิพากษาให้ท่านต้องเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ และต้องอยู่ภายใต้การควบคุมและสอดส่องของพนักงานคุมประพฤติที่ได้รับมอบหมายจากหัวหน้าพนักงานคุมประพฤติ ทั้งนี้ท่านต้องอยู่ในบังคับของคำสั่งให้คุมความประพฤตินี้เป็นระยะเวลา ………… ปี นับแต่วันนี้ โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้
1. ต้องไม่กระทำการใดๆที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย
2. ต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ………………………. ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง นับแต่วันนี้หรือตามวันที่กำหนดไว้
3. ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอันชอบด้วยกฎหมายพนักงานคุมประพฤติ
4. ต้องไปรายงานตัวและได้รับการเยี่ยมเยียนจากพนักงานคุมประพฤติ ตามที่พนักงานคุมประพฤติกำหนด
5. ภายในระยะเวลาคุมประพฤติ ทุกครั้งที่ท่านย้ายที่อยู่อาศัย หรือเปลี่ยนงาน หรือเปลี่ยนสถานที่ทำงาน ท่านต้องแจ้งให้พนักงานคุมประพฤติทราบภายใน 48 ชั่วโมง
6. ตามมาตรา 9 (7 a) ห้ามมิให้ท่านเดินทางออกนอกรัฐหรือพักอาศัยนอกรัฐเว้นแต่จะได้รับอนุญาต หรือมีคำร้องขอซึ่งพิจารณาศาลควบคุมและสอดส่อง หรือหัวหน้าพนักงานคุมประพฤติเงื่อนไขพิเศษต่อไปนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งคุมประพฤตินี้:…………………………………………….ศาลนี้ทำในนามของศาลควบคุมและสอดส่อง ณ………………………………………………………………………………ที่………………………………………..วันที่……………………………………………


…………………………………………
ผู้พิพากษา
ข้าพเจ้า…………………………………………………………………………..ยืนยันว่าข้าพเจ้ายินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ของคำสั่งให้คุมความประพฤติทุกประการ
วันที่……………./………………/19………………….
(ลงชื่อ)……………………………..

หมายเหตุ
(1) สำเนาคำสั่งให้คุมความประพฤติจะถูกส่งไปที่หัวหน้าพนักงานคุมประพฤติที่เมืองเพิร์ท
(2) พนักงานคุมประพฤติจะระบุชื่อ และสำนักงานของพนักงานคุมประพฤติที่รับผิดชอบในการควบคุมและสอดส่องท่าน
(3) หากท่านต้องการโต้แย้งคำสั่งให้คุมความประพฤตินี้ ท่านต้องทำเป็นหนังสือโต้แย้งภายใน 7 วัน โดยยื่นต่อหัวหน้าพนักงานคุมความประพฤติเพื่อเสนอต่อศาล
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

ข้อปฏิบัติของผู้ถูกคุมความประพฤติ
1. ในระหว่างการคุมความประพฤติ หากท่านฝ่าฝืนกฎหมาย ท่านจะต้องรับผิดต่อความผิดที่ต่อเนื่องจากคำสั่งให้คุมความประพฤตินี้
2. หากท่านฝ่าฝืนเงื่อนไขการคุมความประพฤติข้อที่ 2 ถึง 6 ถือว่าท่านกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ และต้องรับผิดเสียค่าปรับไม่เกิน 100 เหรียญ หรือรับผิดต่อความผิดอื่นตามที่คำสั่งให้คุมความประพฤติกำหนด
3. ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกรัฐนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหัวหน้าพนักงานคุมความประพฤติ หรือศาลควบคุมและสอดส่อง ตามที่มีชื่อระบุในส่วนหน้าของแบบนี้

ที่มา : คู่มือตุลาการเกี่ยวกับงานคุมประพฤติ กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม

คำศัพท์
probation order : คำสั่งคุมประพฤติ
probation officer : พนักงานคุมประพฤติ
abstain : งดเว้น
violation of the law : การฝ่าฝืนกฎหมาย
discharge : การหลุดพ้น, การปลดปล่อย
amendment : การแก้ไข
fine : ปรับ

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๕๙ ตอน ๓ กันยายน ๒๕๔๖
ข้อความภาษาอังกฤษ
(1) In the controversial Miranda v. Arizona decision, the Court reaffirmed Escobedo and explicitly stated what police must do when making an arrest. The Court ruled that when a person is taken into custody or otherwise denied freedom of movement. The police must inform the accused of his constitutional rights before questioning. These rights include the right to remain silent, the right to an attorney either appointed or retained, and the right to know that anything he says may be used against him in court. The police argued that the decision would make it virtually impossible to gain confessions from criminals, and that because confessions are a major source of evidence, convictions would be more difficult to obtain. The major reason that police still obtain confessions from accused persons is plea bargaining. Guilty persons are still willing to trade their confessions for a charge reduction or lighter sentence. Since confessions are seldom the only evidence the police have, criminal defendants prefer to plea bargain rather than take chances at trial.

คำแปลภาษาไทย
ในคำตัดสินในคดี Miranda ที่ยังเป็นที่โต้เถียงกันนั้น ศาลได้ยืนยันหลักในคดี Escobedo และระบุโดยชัดเจนถึงสิ่งที่ตำรวจต้องกระทำในขณะจับกุม ศาลได้ตัดสินว่าเมื่อบุคคลถูกคุมขังหรือถูกปฏิเสธเสรีภาพในการเคลื่อนไหว ตำรวจต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบถึงสิทธิตามรัฐธรรมนูญก่อนที่จะสอบปากคำ สิทธิเหล่านั้นได้แก่ สิทธิที่จะนิ่งเฉย (ไม่พูด) สิทธิที่จะมีทนายความไม่ว่าแต่งตั้งหรือว่าจ้างเอง และสิทธิที่จะรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดอาจถูกใช้ยันกับตัวเขาในศาล ตำรวจได้โต้แย้งว่าคำตัดสินดังกล่าว ทำให้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะได้มาซึ่งคำรับสารภาพจากอาชญากร และเพราะเหตุที่ว่าคำรับสารภาพเป็นแหล่งที่มาที่สำคัญของพยานหลักฐาน การพิพากษาลงโทษจึงเป็นไปได้ยาก เหตุผลสำคัญที่ตำรวจได้มาซึ่งคำรับสารภาพจากผู้ถูกกล่าวหา คือ การต่อรองการรับสารภาพ ผู้ที่กระทำผิดยังคงเต็มใจที่จะแลกคำรับสารภาพของตนกับการลดข้อหาหรือการวางโทษที่เบากว่า และเพราะเหตุที่คำรับสารภาพมักจะไม่ใช่พยานหลักฐานชิ้นเดียวที่ตำรวจมี จำเลยในคดีอาญาจึงมักจะเลือกวิธีการต่อรองการรับสารภาพมากกว่าการเสี่ยงดำเนินคดีในศาล

คำศัพท์
๑. take into custody : คุมขัง
๒. attorney : ทนายความ
๓. appoint : แต่งตั้ง
๔. retain : จ้าง(ทนาย)
๕. confession : การรับสารภาพ, คำรับสารภาพ
๖. criminal : อาชญากร, ผู้ร้าย, จำเลย
๗. conviction : การพิพากษาลงโทษ
๘. plea bargaining : การต่อรองการรับสารภาพ
๙. charge : ข้อกล่าวหา, ข้อหา
๑๐. sentence : การวางโทษ, คำพิพากษาลงโทษ
๑๑. trial : การพิจารณาคดี

ข้อความภาษาอังกฤษ
(2) Stare decisis : Another precept that limits the judges’ power in resolving cases is stare decisis, which is the doctrine of applying precedents from previous case law to the case at bar. Precedent is developed from examining the facts and applying the appropriate law to reach the decision. It adds stability and predictability, in that cases are decided in the same way when the material facts are the same. It is a result of the itinerant justices who traveled England and employed the same principles to decide similar cases, thereby developing the common law.

คำแปลภาษาไทย
หลัก Stare decisis (หลักเคารพหลักคำพิพากษาของศาลสูงที่วางไว้ก่อน) : หลักอีกหลักหนึ่งที่จำกัดอำนาจของผู้พิพากษาในการตัดสินคดีคือ หลัก Stare decisis ซึ่งเป็นหลักในการประยุกต์ใช้บรรทัดฐานจากหลักกฎหมายที่ได้จากคดีที่มีอยู่ก่อนเข้ากับคดีที่กำลังได้รับการพิจารณาอยู่ต่อหน้าศาล หลักบรรทัดฐานนี้ได้ถูกพัฒนามาจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง และใช้กฎหมายที่เหมาะสมเพื่อที่จะได้มาซึ่งคำตัดสินหลักการนี้จะเพิ่มความแน่นอนมั่นคงและคาดหมายได้ในกรณีที่คดีนั้นได้รับการตัดสินไปในแนวทางเดียวกันเมื่อข้อเท็จจริงหลักเป็นเช่นเดียวกัน หลักนี้เป็นผลมาจากการที่ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีไปตามหัวเมืองซึ่งเดินทางไปทั่วประเทศอังกฤษและใช้หลักเดียวกันตัดสินคดีที่มีลักษณะคล้ายกัน จึงได้พัฒนามาเป็นคอมมอนลอว์

คำศัพท์
๑. precedent : บรรทัดฐาน, แบบอย่าง
๒. at bar : ต่อหน้าศาล
๓. fact : ข้อเท็จจริง
๔. decision : คำตัดสิน
๕. stability : ความมั่นคง, เสถียรภาพ
๖. predictability : ความคาดหมายได้
๗. itinerant justice : ผู้พิพากษาที่ไปตัดสินคดีตามหัวเมืองต่างๆ
๘. principle : หลัก

ข้อความภาษาอังกฤษ
(3) Statutes of Iimitation : An additional legislative restriction of the court’s power to hear a particular matter is statutes of limitation. Statutes of limitation prescribe the time periods in which actions must be brought. The plaintiff must file within the time limit or be forever barred from seeking relief; violation of the statute of limitations is a defense to the suit. The purpose is to ensure that the action is brought within a reasonable time and while the evidence is still fresh. As time proceeds, valuable information could be lost or destroyed, and witnesse’s memories of the event fade.

คำแปลภาษาไทย
กฎหมายอายุความ : ข้อจำกัดโดยฝ่ายร่างกฎหมายอีกข้อหนึ่งที่จำกัดอำนาจของศาลในการพิจารณาคดีบางเรื่องได้แก่ กฎหมายอายุความ กฎหมายอายุความจะระบุระยะเวลาที่อาจฟ้องคดีได้ โจทก์ต้องยื่นฟ้องภายในกำหนดเวลามิฉะนั้นจะถูกห้ามการหาทางบรรเทาเยียวยา(ถูกห้ามการฟ้องคดี) การฝ่าฝืนต่อหลักกฎหมายอายุความเป็นข้อต่อสู้ในคดีได้ วัตถุประสงค์ของหลักการนี้ก็เพื่อให้ความมั่นใจว่าคดีจะได้รับการนำเสนอภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและเมื่อพยานหลักฐานยังสดใหม่อยู่ เมื่อเวลาผ่านไปข้อมูลที่สำคัญอาจสูญหายหรือถูกทำลายหรือความทรงจำของพยานอาจเลือนลางไป

คำศัพท์
๑. legislative : ฝ่ายออกกฎหมาย
๒. restriction : ข้อจำกัด
๓. statute : กฎหมายลายลักษณ์อักษร
๔. statutes of limitation : หลักอายุความ
๕. action : ยื่นฟ้อง
๖. file : คดี
๗. bar : ระงับ
๘. relief : การเยียวยาบรรเทา
๙. violation : การฝ่าฝืน, การละเมิด
๑๐. defense : ข้อต่อสู้
๑๑. suit : คดี

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๕๙ ตอน ๔ ธันวาคม ๒๕๔๖
ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๑. การกำหนดแนวทางการดำเนินคดี
ก่อนมีการสืบพยานศาลอาจสั่งให้คู่ความทุกฝ่ายมาศาล เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดี เช่น
(๑) กำหนดระยะเวลาทั้งหมดในการดำเนินคดี
(๒) กำหนดวัน เวลา วิธีการ และขั้นตอนในการดำเนินคดีที่จำเป็น เช่น จำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับพยานที่จะนำมาเบิกความบันทึกถ้อยคำแทนการสืบพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานเอกสาร และพยานหลักฐานที่ต้องการให้ศาลเรียกจากคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอก รวมทั้งการเดินเผชิญสืบและการส่งประเด็นไปสืบยังศาลอื่น เป็นต้น
(๓) กำหนดตัวผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้เชี่ยวชาญตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลาย และวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒
(๔) ไกล่เกลี่ยเพื่อให้คดีเสร็จไปหรือนำวิธีการอนุญาโตตุลาการมาใช้

คำแปลภาษาอังกฤษ
Pre-Trial Conference
Before taking of evidence, the Court may call all parties to appear in the Court in order to set up measures for the proceedings, such as :
(1) Fixing the period of time for the whole proceedings;
(2) Fixing date, time, methods and steps for necessary proceedings, such as number and detail of witnesses who will testify in the Court, depositions to be submitted in lieu of examination-in-chief, or expert witnesses, documentary evidence and any other evidence that a party intends to request the Court for an order directing the other party or a third party to produce, and taking of evidence out of the Court or the commission of another Court to take evidence etc;
(3) Determining a knowledgeable person or an expert under Section 20 of the Act for the Establishment of and Procedure for the Bankruptcy Court B.E. 2542 (1999);
(4) Mediating for finalizing the case or arbitrating.

คำศัพท์
1. depositions : บันทึกถ้อยคำพยาน
2. in lieu of : แทน
3. documentary evidence : พยานเอกสาร
4. expert : ผู้เชี่ยวชาญ
5. arbitration : การอนุญาโตตุลาการ
6. mediation : การไกล่เกลี่ย

ที่มา : ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๑๒ www.cbc.thaigov.net

ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๒. การรับฟังพยานบอกเล่า
ศาลอาจรับฟังพยานบอกเล่าเป็นพยานหลักฐานประกอบพยานหลักฐานอื่นได้เมื่อศาลเห็นว่า
(๑) ตามสภาพ ลักษณะ แห่งที่มา และข้อเท็จจริงแวดล้อมการบอกเล่าพยานบอกเล่านั้นมีความน่าเชื่อถือได้ว่าจะพิสูจน์ความจริงได้ หรือ
(๒) มีเหตุจำเป็น เนื่องจากไม่สามารถนำบุคคลซึ่งเป็นผู้ที่ได้เห็นได้ยินหรือทราบข้อความในเรื่องที่จะให้การเป็นพยานนั้นมาด้วยตนเองโดยตรงมาเบิกความเป็นพยานได้ และมีเหตุผลสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังพยานบอกเล่านั้น
ข้อความซึ่งเป็นการบอกเล่าที่พยานบุคคลใดเบิกความต่อศาลก็ดี หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดซึ่งอ้างเป็นพยานหลักฐานต่อศาลก็ดี หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้นให้ถือเป็นพยานบอกเล่า

คำแปลภาษาอังกฤษ
Admission of Hearsay Evidence
The Court may admit hearsay evidence as evidence corroborating other evidence in a case, if the Court is of the opinion that:
(1) Given the nature, characteristic, source of the evidence and other circumstantial facts surrounding it, the evidence has probative value in proving some facts in the case; or
(2) There is a cause preventing the person directly seeing or hearing the matters to be adduced or having first-hand knowledge of such matter from testifying in the Court and it is appropriate in the interest of justice to admit such hearsay evidence.
An informed statement which a witness testifies to in the Court or is recorded in a document or material adduced as evidence in the Court shall be deemed hearsay evidence if it is proffered to prove the truth of the matter asserted.

คำศัพท์
1. hearsay evidence : พยานบอกเล่า
2. corroborate : ยืนยันสนับสนุน
3. circumstantial facts : ข้อเท็จจริงแวดล้อม
4. testify : เบิกความ
5. adduce : อ้าง
6. proffer : เสนอ

ที่มา : ข้อกำหนดคดีล้มละลาย พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อ ๒๒ www.cbc.thaigov.net

ข้อความภาษาไทย
ข้อ ๓. จำเลยได้จัดพิมพ์ ทำแม่พิมพ์ และเป็นผู้จัดจำหน่ายภาพถ่ายของโจทก์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ จำเลยจึงมีความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ การที่จำเลยอ้างว่าไม่มีหน้าที่สอบถามผู้ว่าจ้างในเรื่องลิขสิทธิ์ของงานดังกล่าว ย่อมไม่สามารถเอามาเป็นข้อยกเว้นหรือข้อแก้ตัวให้พ้นผิดได้ เนื่องจากลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นทรัพย์สินประเภทหนึ่งที่กฎหมายให้ความคุ้มครองสิทธิแก่ผู้เป็นเจ้าของ
ความผิดตามพระราชบัญญัติละเมิดลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้ ดังนั้นเมื่อโจทก์ได้แจ้งความร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่รู้ถึงความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด และนำคดีมาฟ้องภายในสิบปี ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

คำแปลภาษาอังกฤษ
The defendant, having made the plate, printed and distributed photos of the plaintiff with knowledge that such photos are the copyright work, is responsible under the Copyright Act. The defendant’s allegation that it was not obligated to make inquiry with the hires concerning the copyright over the said work cannot be used as an excuse from the responsibility.
The offense under the Copyright Act is compoundable offense. Therefore,if the plaintiff files the complaint within three months from the date that he knows of the offense and the identity of the person who commits the offense and brings the action within ten years, the plaintiffs complaint is not barred by prescription.

คำศัพท์
1. copyright work : งานอันมีลิขสิทธิ์
2. compoundable offense : ความผิดอันยอมความได้

ที่มา : วารสารกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๑๙๙๙ หน้า

บทความจากบทบัณฑิตย์ เล่มที่ ๖๐ ตอน ๔ ธันวาคม ๒๕๔๗
๑.ข้อความภาษาไทย
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๕ ผู้ใด
(๑) โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทำความผิด มิให้ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลงในความผิดมูลฐาน หรือ
(๒) กระทำด้วยประการใดๆเพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิใดๆซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดผู้นั้นกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

๒. ข้อความภาษาอังกฤษ
Money Laundering Control Act, B.E. 2542 (1999)
Section 5. Any person who:
(1) transfers, accepts a transfer of or converts the property connected with the commission of an offence for the purpose of covering or concealing the origin of that property or, whether before or after the commission thereof, for the purpose of assisting other persons to evade criminal liability or to be liable to lesser penalty in respect of a predicate offence; or
(2) acts in any manner whatsoever for the purpose of concealing or disguising the true nature, acquisition, source, location, distribution or transfer of the property connected with the commission of an offence or the acquisition of rights therein, shall be said to commit an offence of money laundering.

คำศัพท์
transfer : โอน
commission of an offence : การกระทำความผิด
money laundering : การฟอกเงิน

๓. ข้อความภาษาไทย
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๕๐ ผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๔๙ อาจยื่นคำร้องก่อนศาลมีคำสั่งตามมาตรา ๕๑ โดยแสดงให้ศาลเห็นว่า
(๑) ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือ
(๒) ตนเป็นผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มาโดยสุจริตและตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางกุศลสาธารณะ
ผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่พนักงานอัยการร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๔๙ อาจยื่นคำร้องขอคุ้มครองสิทธิของตนก่อนศาลมีคำสั่งโดยแสดงให้ศาลเห็นว่าตนเป็นผู้รับประโยชน์โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มาซึ่งประโยชน์โดยสุจริตและตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ

๔. ข้อความภาษาอังกฤษ
Money Laundering Control Act, B.E. 2542 (1999)
Section 50. The person claiming ownership in the property in respect of which the public prosecutor has filed an application for it to be vested in the State under section 49 may, before the Court gives an order under section 51, file an application satisfying that:
(1) the applicant is the real owner and the property is not the property connected with the commission of the offence, or
(2) the applicant is a transferee in good faith and for value or has secured its acquisition in good faith and appropriately in the course of good morals or public charity. The person claiming to be a beneficiary of the property in respect of which the public prosecutor has filed an application for it to be vested in the State under section 49 may file an application for the protection of his or her rights before the Court gives an order. For this purpose, the person shall satisfy that he or she is a beneficiary in good faith and for value or has obtained the benefit in good faith and appropriately in the course of good morals or public charity

คำศัพท์
public prosecutor : พนักงานอัยการ
file an application : ยื่นคำร้อง
transferee in good faith and for value : ผู้รับโอนโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน
beneficiary : ผู้รับประโยชน์

ที่มา : www.krisdika.go.th


Bumped ล่าสุดโดย Anonymous on เสาร์ ม.ค. 28, 2017 12:21 pm.

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน