กรณีตัวอย่างเกี่ยวกับการเรียกเงินคืน

รวมคำพิพากษาฎีกาที่สำคัญมาไว้ให้สืบค้นกันที่นี่ครับ ต้องการฎีกาไหน ค้นหาได้เลย ถ้าหาไม่เจอก็ลงประกาศไว้ ถ้ามีเราจะรีบหามาให้ทันที

Moderator: maclaw, mr_joe141, Jurist2

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 20, 2006 4:38 pm  

คำพิพากษาฎีกา ที่ 1413/2540
จำเลยได้รับราชการจนเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530 จำเลยได้รับเงินบำนาญและ
เงินช่วยค่าครองชีพ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2530 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2533 และโจทก์ได้มี
คำสั่งลงโทษไล่จำเลยออกจากราชการ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2533 โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน
2530 การที่จำเลยได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ เป็นการได้มาในขณะที่โจทก์ยังมิได้มีคำสั่งลงโทษ
ไล่จำเลยออกจากราชการ จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการ และ พ.ร.ฎ.เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ อันเป็นสิทธิของจำเลยที่พึงได้ตามกฎหมาย
การที่จำเลยรับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ จึงมิใช่เป็นการรับชำระเงินไว้โดยปราศจากมูลที่จะอ้างได้
ตามกฎหมาย และมิใช่เป็นทางให้บุคคลอื่นเสียเปรียบแต่ประการใด กรณีจึงมิใช่ลาภมิควรได้ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อ
พ้นกำหนด 1 ปี จึงไม่ขาดอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 การจ่ายเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ เป็น
การกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย มิใช่เป็นการจ่ายเงินไปตามอำเภอใจ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 จำเลยจึงต้อง
คืนเงินที่รับมานั้นให้แก่โจทก์ และโจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกเงินดังกล่าวได้ในกำหนด10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา
193/30
เมื่อโจทก์มีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินบำนาญและเงิน
ช่วยค่าครองชีพให้แก่จำเลย ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2533 เป็นต้นไป และจำเลยก็ไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว
อีกต่อไป การที่จำเลยรับเอาเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพไปจากโจทก์ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2533
จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2534 จึงเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์
เสียเปรียบ เข้าลักษณะลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 จำเลยจำต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่อายุ
ความ สำหรับเรียกเอาคืนในเรื่องลาภมิควรได้นั้น ป.พ.พ. มาตรา 419 ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี
นับแต่วันเวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ปรากฏว่าโจทก์มีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 16
พฤศจิกายน 2533 ถือว่าโจทก์รู้ว่าความจริงที่โจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยโดยปราศจากมูลหนี้ในวันนั้น ดังนั้น เงิน
บำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่จำเลยได้รับไป นับแต่วันฟ้องย้อนหลังไปเกินหนึ่งปี คือ ตั้งแต่วันที่ 16
พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2534 จึงขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิเรยกคืน
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด
www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

ว่าที่ผู้ช่วย

เสาร์ ก.พ. 25, 2006 11:33 am  

ได้ประโยชน์มากครับ

ยยยยยยย

จันทร์ พ.ค. 27, 2013 3:47 pm  

<div class=quote>ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Fri 20 January 06 , 16:38 <br>[b:79931da8fc] คำพิพากษาฎีกา ที่ 1413/2540[/b:79931da8fc]
จำเลยได้รับราชการจนเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2530 จำเลยได้รับเงินบำนาญและ
เงินช่วยค่าครองชีพ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2530 เป็นต้นมา จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2533 และโจทก์ได้มี
คำสั่งลงโทษไล่จำเลยออกจากราชการ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2533 โดยให้มีผลนับตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน
2530 การที่จำเลยได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ เป็นการได้มาในขณะที่โจทก์ยังมิได้มีคำสั่งลงโทษ
ไล่จำเลยออกจากราชการ จำเลยมีสิทธิที่จะได้รับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพตาม พ.ร.บ.บำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการ และ พ.ร.ฎ.เงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ อันเป็นสิทธิของจำเลยที่พึงได้ตามกฎหมาย
การที่จำเลยรับเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ จึงมิใช่เป็นการรับชำระเงินไว้โดยปราศจากมูลที่จะอ้างได้
ตามกฎหมาย และมิใช่เป็นทางให้บุคคลอื่นเสียเปรียบแต่ประการใด กรณีจึงมิใช่ลาภมิควรได้ โจทก์ฟ้องคดีเมื่อ
พ้นกำหนด 1 ปี จึงไม่ขาดอายุความ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 419 การจ่ายเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพ เป็น
การกระทำที่ถูกต้องตามกฎหมาย มิใช่เป็นการจ่ายเงินไปตามอำเภอใจ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 407 จำเลยจึงต้อง
คืนเงินที่รับมานั้นให้แก่โจทก์ และโจทก์มีสิทธิที่จะฟ้องเรียกเงินดังกล่าวได้ในกำหนด10 ปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา
193/30
เมื่อโจทก์มีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการแล้ว โจทก์ย่อมไม่มีหน้าที่ต้องจ่ายเงินบำนาญและเงิน
ช่วยค่าครองชีพให้แก่จำเลย ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2533 เป็นต้นไป และจำเลยก็ไม่มีสิทธิรับเงินดังกล่าว
อีกต่อไป การที่จำเลยรับเอาเงินบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพไปจากโจทก์ ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2533
จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2534 จึงเป็นการได้มาโดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ และเป็นทางให้โจทก์
เสียเปรียบ เข้าลักษณะลาภมิควรได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 406 จำเลยจำต้องคืนเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่อายุ
ความ สำหรับเรียกเอาคืนในเรื่องลาภมิควรได้นั้น ป.พ.พ. มาตรา 419 ห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี
นับแต่วันเวลาที่โจทก์รู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน ปรากฏว่าโจทก์มีคำสั่งไล่จำเลยออกจากราชการ ตั้งแต่วันที่ 16
พฤศจิกายน 2533 ถือว่าโจทก์รู้ว่าความจริงที่โจทก์ชำระหนี้แก่จำเลยโดยปราศจากมูลหนี้ในวันนั้น ดังนั้น เงิน
บำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่จำเลยได้รับไป นับแต่วันฟ้องย้อนหลังไปเกินหนึ่งปี คือ ตั้งแต่วันที่ 16
พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2534 จึงขาดอายุความ โจทก์ไม่มีสิทธิเรยกคืน</div> :-P :-P 

คุณนายจอง

จันทร์ พ.ค. 27, 2013 3:48 pm  

ทราบแล้วค่ะ จากแก๊งดึ๋งดึ๋ง

ฮกหลง

เสาร์ ม.ค. 28, 2017 4:49 am  

ขอบคุณครับ


Bumped ล่าสุดโดย Anonymous on เสาร์ ม.ค. 28, 2017 4:49 am.

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 2 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน