ฎีกาปี พศ. 2544 ที่เกี่ยวข้องกับ ประมวลกฎหมายวิแพ่ง

รวมคำพิพากษาฎีกาที่สำคัญมาไว้ให้สืบค้นกันที่นี่ครับ ต้องการฎีกาไหน ค้นหาได้เลย ถ้าหาไม่เจอก็ลงประกาศไว้ ถ้ามีเราจะรีบหามาให้ทันที

Moderator: maclaw, mr_joe141, Jurist2

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 13, 2006 3:18 pm  

6814/2544 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็น สัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่ผิดสัญญาและสัญญายังไม่เลิกกัน จำเลยไม่มีสิทธิยึด รถยนต์คืน ให้จำเลยคืนรถยนต์แก่โจทก์ ให้โจทก์ชำระเงินค่าเช่าซื้อที่ค้าง ศาล อุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา แต่ในระหว่าง การพิจารณาของศาลฎีกาได้ความว่า จำเลยได้ฟ้องโจทก์กับพวกเป็นจำเลยใน มูลคดีเดียวกันนี้ กล่าวคือการปฏิบัติชำระหนี้อันแบ่งแยกจากกันไม่ได้ กล่าวคือ ขอให้โจทก์คืนรถยนต์แก่จำเลยผลคดีถึงที่สุดโดยศาลฎีกามีคำพิพากษาให้โจทก์กับพวก คืนรถยนต์หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น ที่ว่าสัญญาดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าซื้อ โจทก์ไม่ผิดสัญญาและสัญญายังไม่เลิกกัน จึงขัดกับคำวินิจฉัยตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวที่ว่าเป็นสัญญาซื้อขายมีเงื่อนไข การชำระหนี้ของโจทก์ไม่ได้เป็นไปตามกำหนด จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองรถยนต์ พิพาทได้โดยชอบเมื่อกรณีเป็นดังนี้ จึงต้องบังคับตาม ป.วิ.พ. มาตรา 146 วรรคหนึ่ง โดยถือตามคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว

9107/2544 คำร้องขอของโจทก์ที่ให้เรียกธนาคาร ท. บุคคลภายนอกเข้ามาเป็น คู่ความในคดีเพื่อเป็นจำเลยร่วมไม่มีลักษณะเป็นคำฟ้องหรือคำคู่ความ ไม่เหมือนกรณี ที่บุคคลภายนอกร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีไม่ว่าโดยความสมัครใจ หรือ ถูกหมายเรียกของศาลให้เข้ามา เนื่องจากคำร้องสอดของบุคคลภายนอกที่ยื่น ต่อศาลเป็นการตั้งประเด็นโต้แย้งกับคู่ความในคดีจึงมีลักษณะเป็นคำฟ้องและเป็น คำคู่ความ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) และ (5) เมื่อศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของ โจทก์ที่ให้เรียกธนาคาร ท. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม จึงไม่ใช่คำสั่งไม่รับหรือคืน คำคู่ความตาม มาตรา 18 แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ ตาม ป.วิ.พ. 226
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด
www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 13, 2006 3:20 pm  

7352/2544 คดีนี้จำเลยขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว จนแล้วเสร็จและนัดฟังคำพิพากษา ก่อนถึงวันนัดฟังคำพิพากษาจำเลยมายื่น คำร้องว่ามิได้จงใจขาดนัด ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งพิจารณาคดีใหม่ เมื่อศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องโดยจำเลยไม่ได้โต้แย้งคำสั่ง ของศาลชั้นต้นดังกล่าว ต่อมาศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาด คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 226 ประกอบด้วย พ.ร.บ. ล้มละลายฯ มาตรา 153 เมื่อจำเลย ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นไว้จึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์

691/2544 เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำให้การและ ฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยทำคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติม คำให้การและฟ้องแย้งมายื่นใหม่ภายใน 15 วัน ต่อมาจำเลยยื่น คำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา การที่ศาล ชั้นต้นมีคำสั่งให้รอไว้สั่งหลังจากได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอแก้ไข เพิ่มเติมคำให้การและฟ้องแย้งก่อน คำสั่งดังกล่าวมิใช่คำสั่งให้ ยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณาของจำเลย แต่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา เมือจำเลยยื่นคำร้องต่อมาขอให้ ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่าง การพิจารณาที่ยื่นไว้ดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ายังไม่มีเหตุ ที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยืนยันตามคำสั่งที่ให้รอการไต่สวนไว้ก่อนเท่านั้น หาได้ มีผลเป็นการยกคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างการพิจารณา ที่จำเลยยื่นไว้อันจะทำให้จำเลยมีสิทธิที่จะอุทธรณ์คำสั่งได้ทันที ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 228 ไม่ คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งระหว่าง พิจารณาต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. 226 (1)
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 13, 2006 3:20 pm  

9865/2544 ขณะที่จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดอ้างว่าราคา ไม่เหมาะสมเพราะราคาต่ำกว่าราคาประเมิน เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงปฏิบัติหน้าที่ ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย นั้น ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสอง ที่แก้ไขใหม่และ มาตรา 309ทวิ มีผลใช้บังคับแล้ว จึงต้องห้ามนำมาใช้กับกรณีนี้โดยไม่คำนึงว่าคดีนี้ จะมีการฟ้องร้องต่อกันก่อนที่บทบัญญัติทั้งสอง มาตรา ดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับแล้ว หรือไม่ เมื่อคำร้องดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องซึ่งมีผลเท่ากับยกคำร้อง และศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็น ที่สุด

5957/2544 โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยปลูกโรงเรือนรุกล้ำ ที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ของโจทก์แต่เป็นที่สาธารณสมบัติของ แผ่นดิน จำเลยมิได้ปลูกโรงเรือนรุกล้ำ
หากจำเลยปลูกโรงเรือนรุกล้ำไปในที่ดิน ของโจทก์โดยสุจริต กรณีต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 และหากที่ดิน เป็นของโจทก์ จำเลยก็ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว ดังนี้ เป็นคำ ให้การไม่ชัดแจ้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน และขัดแย้งกันเอง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสอง จึงไม่มีประเด็น ข้อพิพาทว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์หรือไม่ การที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวจึงไม่ชอบ ถือว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้น ว่ากันมาแล้วโดยชอบ
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 13, 2006 3:25 pm  

7154/2544 โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้ร่วมรับผิดในมูลละเมิดของ จำเลยที่ 1 ตามสัญญาประกันภัยค้ำจุน จำเลยที่ 2 มิได้ยกประเด็นที่ฎีกา ว่าพยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังว่าจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ด้วย ความประมาทเลินเล่อขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การของตน คดีในส่วนของ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีประเด็นดังกล่าวมาแต่ต้น การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 1 ประมาทเลินเล่อทำละเมิดต่อโจทก์นั้น เป็นการ วินิจฉัยตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ได้ฎีกาประเด็น ดังกล่าวจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 แม้จำเลยที่ 2 จะอ้าง มาในฎีกาว่าพยานเอกสารบางฉบับเข้าสู่สำนวนโดยมิชอบ ก็ถือว่าเป็น ปัญหาในเรื่องนอกประเด็นตามคำให้การ ฎีกาของจำเลยที่ 2 จึงเป็นข้อ ที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

9100/2544 อำนาจของศาลในการมีคำสั่งงดการบังคับคดีมิใช่มีได้เฉพาะเมื่อ ลูกหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอโดยอาศัยเหตุและเงื่อนไขตาม ป.วิ.พ. มาตรา 293 เท่านั้น หากมีกรณีอื่นใดที่เป็นการสมควรและไม่ก่อให้เกิดผลได้เสียแก่เจ้าหนี้ และลูกหนี้ยิ่งหย่อนกว่ากัน ศาลก็มีอำนาจสั่งให้งดการบังคับคดีได้ทั้งนี้โดยอาศัย อำนาจตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2)
โจทก์ถูกจำเลยฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลจังหวัดนนทบุรีเรียกเงินยืมจำนวน 460,062 บาท คดีอยู่ระหว่างการพิจารณา โจทก์นำเงินไปวางต่อสำนักงานวางทรัพย์ เพื่อชำระหนี้แก่จำเลยตามสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นรายเดือน เดือนละ 7,000 บาท รวมเป็นเงิน 168,000 บาท แต่จำเลยยังไม่ได้รับเงินไปเพราะถือว่าโจทก์ ผิดนัดและประสงค์จะรับชำระหนี้ทั้งหมด คดีนี้ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาให้ จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 182,000 บาท จำเลยมีหนังสือแจ้งขอหักกลบลบหนี้กับ โจทก์ แม้คดีที่จำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลจังหวัดนนทบุรียังไม่ถึงที่สุดแต่โจทก์ก็ยอม รับว่ายืมเงินจำเลยไปตามฟ้อง เพียงแต่ต่อสู้ว่าโจทก์มีสิทธิผ่อนชำระ และแม้โจทก์ ยังไม่ต้องชำระหนี้ทั้งหมดแก่จำเลย แต่อย่างน้อยโจทก์ก็ต้องรับผิดตามจำนวนเงิน ที่ต้องผ่อนชำระแก่จำเลยเป็นรายเดือน และยอดเงินที่โจทก์ต้องรับผิดแก่จำเลยมี จำนวนมากกว่าที่จำเลยต้องชำระหนี้แก่โจทก์ในคดีนี้ ดังนั้น การที่ศาลแรงงานกลาง ใช้อำนาจตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) โดยมีคำสั่งงดการบังคับคดีนี้ไว้จนกว่า คดีแพ่งของศาลจังหวัดนนทบุรีจะถึงที่สุด หรือมีเหตุเปลี่ยนแปลงประการอื่นให้ คู่ความแถลงเพื่อพิจารณาสั่งต่อไปนั้นชอบแล้ว
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 564
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

ศุกร์ ม.ค. 13, 2006 3:26 pm  

คำสั่งคำร้องศาลฎีกาที่ 2267/2544 แม้คำร้องของจำเลยจะระบุว่าขอให้งดการ บังคับคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 292 (2) แต่เนื้อหาในคำร้องเป็นการขอให้งดการบังคับคดี เพื่อขอหักกลบลบหนี้ตาม มาตรา 293 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นกรณีที่ลูกหนี้ตาม คำพิพากษาได้ฟ้องเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเป็นคดีเรื่องอื่นในศาลเดียวกัน คดีนี้ จำเลยฟ้องโจทก์ที่ศาลอื่นจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะหักกลบลบหนี้ได้ และเมื่อศาล มีคำสั่งตามคำร้องดังกล่าวไม่ว่าจะสั่งให้มีผลในทางใด คำสั่งของศาลย่อมเป็นที่สุด ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 293 วรรคสาม จำเลยไม่มีสิทธิอุทธรณ์
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

mintney

เสาร์ ม.ค. 28, 2017 10:00 am  

<div class=quote>ความคิดเห็นคุณ : ตอบเมื่อ Fri 13 January 06 , 15:04 <br>[b:8ebc51657a]8304/2544 [/b:8ebc51657a]โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับชำระหนี้ตามเช็คอันมีมูลหนี้มาจากการ ซื้อขายหุ้นในบริษัท ก. ตั้งอยู่ที่จังหวัดปัตตานี ส่วนจำเลยให้การว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็ค พิพาทให้แก่โจทก์เพื่อเป็นประกันการติดตามลูกหนี้ของบริษัท ก. จึงเห็นได้ว่า เหตุที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิเป็นหนี้เกี่ยวกับกิจการของบริษัท ก. ซึ่งอยู่ใน เขตอำนาจของศาลจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นศาลมูลคดีเกิดด้วยศาลหนึ่ง โจทก์ จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ต่อศาลจังหวัดปัตตานี
อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจาก ศาลชั้นต้นที่ว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลชั้นต้นหรือไม่ เมื่อศาลฎีกาฟังว่าคดีอยู่ในเขต อำนาจศาลชั้นต้นและต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ ปัญหา ข้อกฎหมายของโจทก์ที่ว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลชั้นต้นหรือไม่จึงเป็น คดีปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาทตามตารางท้าย ป.วิ.พ. ตาราง 1 ข้อ (2) (ก)

[b:8ebc51657a]7991/2544 [/b:8ebc51657a]บทบัญญัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 บัญญัติขึ้นใช้กับกรณีที่คู่ความฝ่าย ที่เสียหายได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างของการผิดระเบียบ นั้นก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเท่านั้น มิอาจใช้แก่กรณีที่คู่ความฝ่ายที่เสียหาย เพิ่มทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างของการผิดระเบียบนั้นภายหลัง จากที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและมีคำสั่งว่าที่ดิน เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 แต่เมื่อได้ความว่าผู้คัดค้านมี ภูมิลำเนาที่แน่นอน การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องงดส่งสำเนาคำร้องขอให้แก่ ทายาทของผู้มีชื่อในโฉนดเนื่องจากเชื่อตามคำแถลงของผู้ร้องซึ่งไม่เป็นความจริง โดยมิได้ให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งคัดค้านก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2)จึงเป็น กรณีที่มิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในข้อที่มุ่งหมายจะยังให้ การเป็นไปด้วยความยุติธรรมในเรื่องการส่งคำคู่ความ เมื่อผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอให้ เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว แต่ศาลชั้นต้นมีความเห็นว่าคำสั่งศาลชั้นต้นถึงที่สุดแล้ว จึง ไม่มีเหตุยกคดีขึ้นพิจารณาอีกนั้น ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจเพิกถอนการพิจารณาที่ผิด ระเบียบนั้นเสียทั้งหมด หรือบางส่วน หรือสั่งแก้ไขหรือมีคำสั่งในเรื่องนั้นอย่างใด อย่างหนึ่งตามที่ศาลเห็นสมควร</div> Fvg8g[[uh


Bumped ล่าสุดโดย Anonymous on เสาร์ ม.ค. 28, 2017 10:00 am.

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน