การละเมิด

รวมคำพิพากษาฎีกาที่สำคัญมาไว้ให้สืบค้นกันที่นี่ครับ ต้องการฎีกาไหน ค้นหาได้เลย ถ้าหาไม่เจอก็ลงประกาศไว้ ถ้ามีเราจะรีบหามาให้ทันที

Moderator: maclaw, mr_joe141, Jurist2

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 565
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

อังคาร ม.ค. 17, 2006 2:20 pm  

คำพิพากษาฎีกาที่ 5398/2530 อาคารจอดรถของบริษัทจำเลยที่ 5 มีทางเข้าออก 1ทาง ทางออก 1 ทาง ปากทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่คอกกันคอยเก็บเงินพร้อมกับออกบัตรค่าเช่าที่จอดรถราคา 5 บาท โดยจดทะเบียนไว้ในบัตรด้วย ด้านหน้าบัตรมีข้อความว่า บริการรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัย ด้านหลังมีข้อความว่าผู้ขับขี่ต้องเก็บบัตรไว้กับตัว เพื่อป้องกันรถหายกรุณาคืนบัตรทุกครั้งก่อนออกจากบริเวณจอดรถ บัตรสูญหายหรือไม่นำมาแสดง บริษัทจะไม่อนุญาตให้นำรถออกมาจนกว่าจะหาหลักฐานมาแสดงจนเป็นที่พอใจ และในที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนตรวจตรา ที่กำแพงบริเวณลานจอดรถก็มีคำเตือนว่า กรุณาอย่าลืมบัตรจอดรถเพราะรถยนต์อาจสูญหาย สำหรับทางขาออกมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยืนอยู่ที่คอกกั้นคอยตรวจรับบัตรและปล่อยรถออก แม้ผู้มาใช้บริการที่จอดรถจะเป็นผู้เลือกที่จอดรถเอง ปิดประตูรถและเก็บกุญแจรถไว้เองอีกทั้งด้านหลังบัตรมีข้อความว่า หากมีการสูญหายหรือเสียหายใดๆ เกิดขึ้นทุกกรณีผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเองทุกประการ แต่ทำให้ผู้ใช้บริการจอดรถโดยทั่วไปเข้าใจได้ว่าที่อาคารจอดรถของจำเลยที่ 5 นี้มีบริการรักษาความปลอดภัยสำหรับที่จะนำเข้ามาจอดขณะมาติดต่อธุรกิจหรือซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 5 ซึ่งผู้ที่มิใช่เจ้าของรถจะลักลอบนำรถออกไปไม่ได้ ทั้งนี้โดยที่ผู้ใช้บริการที่จอดรถจะต้องเสียเงิน 5 บาท เป็นค่าตอบแทน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำก่อนๆ ของจำเลยทั้งห้า ก่อให้เกิดหน้าที่แก่จำเลยทั้งห้าต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่รถยนต์ที่นำเข้ามาจอด

จำเลยที่ 2 ถึง 4 ยืนเก็บเงินออกบัตร จดทะเบียนรถลงในบัตรและตรวจบัตรขณะที่รถยนต์ออกจากลานจอดรถอยู่ที่คอกกั้นตรงทางเข้าออกลานจอดรถ หน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของรถนำรถออกไปจากลานจอดรถหรือป้องกันการโจรกรรมรถยนต์โดยตรง เมื่อทางเข้าออกลานจอดรถมีทางเดียว หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งอยู่ที่คอกกั้นตรวจบัตรอย่างเคร่งครัดก็ยากที่รถยนต์ของโจทก์จะถูกลักไปได้ การที่รถยนต์ของโจทก์สูญหายไปจึงเนื่องจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่ระมัดระวังตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัดอันเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ เป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์ของโจทก์ถูกลักไป และเป็นการประมาทเลินเล่อ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 5 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 5 ย่อมต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ต่อโจทก์ด้วยตามมาตรา 425

เรื่องรถยนต์หายเพราะไปจอดในปั๊มน้ำมัน ที่ศูนย์การค้า หรือสถานีบริการรับจอดรถ โจทก์มักจะฟ้องโดยอ้างมูลหนี้เป็นเรื่องสัญญาว่าเป็นผู้รับฝากรถยนต์ ถ้ามีสัญญาฝากทรัพย์เมื่อรถยนต์หาย ผู้ฝากก็ฟ้องผู้รับฝากให้รับผิดได้ แต่ถ้าเข้าไปจอดโดยไม่มีสัญญาฝากทรัพย์ก็ไม่ร้องรับผิด ทางปั๊มน้ำมันจึงเปลี่ยนแปลงรูปไปเป็นทำสัญญาเช่าพื้นที่จอดรถ เมื่อรถยนต์หายก็ไม่ต้องรับผิด คดีนี้ตั้งรูปคดีเป็นเรื่องละเมิด ไม่ตั้งเป็นเรื่องสัญญาฝากทรัพย์เพราะไม่ใช่สัญญาฝากทรัพย์ สิทธิที่ถูกกระทำละเมิดคือ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ จำเลยที่ห้าไม่ได้เป็นผู้ลักรถยนต์ จึงมีปัญหาว่าจำเลยทำอะไรที่เป็นการละเมิด ปรากฏว่ามีการเก็บค่าจัดการจราจรเพียง 5 บาท ซึ่งไม่ใช่เป็นค่าบริการจอดรถแต่มีหลักกฏหมายว่าการกระทำหมายรวมถึงการงดเว้นที่จะต้องกระทำด้วย การงดเว้นจะถือว่าเท่ากับการกระทำได้ต่อเมื่อผู้นั้นต้องมีหน้าที่ที่จะต้องกระทำการเพื่อป้องกันผลนั้นแล้วไม่กระทำตามหน้าที่ คดีนี้หน้าที่ตามกฎหมายไม่มี เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าผู้เปิดศูนย์การค้ามีหน้าที่ดูแลรถยนต์ที่มาจอด หน้าที่ตามสัญญาก็ไม่มี แต่มีหน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์ก่อนๆ เพราะจำเลยให้เอารถยนต์ไปจอดในลักษณะอย่างนั้นก็ต้องป้องกันไม่ให้รถยนต์หายจึงเป็นละเมิดก่อให้เกิดหนี้ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด
www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 565
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

อังคาร ม.ค. 17, 2006 2:20 pm  

คำพิพากษาฎีกาที่ 3373/2535 ความประมาทเลินเล่อของคนขับรถคันที่ 4 ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ที่ ไปชนท้ายรถคันที่ 3 ได้รับความเสียหาย ย่อมเป็นความผิดของคนขับรถคันที่ 4 ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายที่ตนก่อให้เกิดขึ้นมานั้น เป็นส่วนหนึ่งต่างหากจากการที่รถคันที่ 5 ซึ่งจำเลยเป็นผู้ขับโดยประมาทไปชนท้ายรถคันที่ 4 ซึ่งโจทก์รับประกันภัยไว้ ผู้ขับรถคันที่ 4 ไม่ได้มีส่วนร่วมในความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นก่อนให้เกิดความเสียหายแก่คันที่ 4 ได้รับจะนำไปอาศัยพฤติการณ์ที่ผู้ขับรถคันที่ 4 ไปกระทำโดยประมาทก่อให้เกิดความเสียหายแก่รถคันที่ 3 มารวมพิจารณาว่าฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อให้เกิดยิ่งหย่อนกันเพียงไหนนั้น ย่อมไม่ได้ ความเสียหายที่รถคันที่ 4 ได้รับจะต้องถือว่าเกิดขึ้นเพราะความประมาทเลินเล่อของจำเลยผู้ขับรถคันที่ 5 แต่เพียงฝ่ายเดียว

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รถคันที่ 4 ไปชนท้ายรถคันที่ 3 ระหว่างที่ลงไปดูความเสียหายอยู่ รถคันที่ 5 มาชนรถคันที่ 4 เฉพาะความเสียหายรถคันที่ 4 ที่มีประเด็นที่ศาลฎีกาวินิจฉัย ฝ่ายรถคันที่ 4 จะฟ้องเรียกจากรถคันที่ 5 ที่มาเกิดเหตุที่หลัง ถ้ารถคันที่ 5 อ้างว่ารถคันที่ 4 ก็มีส่วนผิดเพราะไปชนท้ายอีกคันหนึ่งทำให้ขวางทางก็เลยมาขอเฉลี่ยความเสียหาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเหตุเกิดคนละตอนไม่เกี่ยวกันไม่ได้เกิดแบบกะทันหัน เกิดเหตุไปแล้วระหว่างลงไปดู รถคันที่ 5 ขับมาไม่ดูอะไรว่ามีขัดขวางข้างหน้าหรือไม่ก็ไปชนท้ายคันที่ 4 เข้า อย่างนี้เขาไม่ผิดที่เกิดเหตุก่อนไม่เกี่ยวกัน รถคันที่ 5 ที่มาชนทีหลังต้องรับผิดชอบเต็ม
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

Lawyerthai.com
ผู้ดูแลเว็บไซต์
โพสต์: 565
ที่อยู่: 4/1 Soi 12 Chotana Road, T.Chang Puek A.Mueng, Chiang Mai 50300 Tel. 053-408771
ติดต่อ:

อังคาร ม.ค. 17, 2006 2:50 pm  

คำพิพากษาฎีกาที่ 1050/2495 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายึดบ้านเรือนโดยมีเหตุผลให้เชื่อโดยสุจริตว่า บ้านเรือนยึดเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาจนถึงขายทดตลาดบ้านเรือนนั้นไป ดังนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำโดยใช้สิทธิทางศาลเมื่อเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้แทนทำการไปโดยมิได้ประมาทเลินเล่อแต่อย่างใดแล้ว ถึงแม้จะปรากฏว่าบ้านเรือนที่ยึดเป็นของคนอื่นก็ดี การกระทำนั้นก็ไม่เป็นการละเมิด

การที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไปยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ถือว่าเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง การยึดทรัพย์นี้บางครั้งทรัพย์ที่ยึดเป็นบุคคลอื่น ถ้าเจ้าหน้าที่ตามคำพิพากษาแล้วก็ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งให้อำนาจไว้ ไม่เป็นการจงใจทำให้ผู้อื่นเสียหาย จะมีปัญหาเฉพาะเรื่องประมาทเลินเล่อหรือไม่ ถ้าเป็นทรัพย์ที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาครอบครองหรือใช้สอยอยู่ซึ่งสามัญชนทั่วไปย่อมเชื่อได้ว่าทรัพย์ที่ยึดครอบครองหรือใช้สอยอยู่เป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็คงไม่ประมาทเลินเล่อ แต่ถ้าเป็นพวกอสังหาริมทรัพย์ก็น่าจะต้องตรวจสอบไปจากเอกสารหนังสือสำคัญเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินจึงจะต้องมีการตรวจสอบก่อน หรือถ้าเชื่อว่าเขาครอบครองแทนกันก็จะต้องมีข้อเท็จจริงที่หนักแน่นให้ฟังได้ว่าหรือให้เข้าใจได้โดยสุจริตได้ว่า เป็นทรัพย์ของลุกหนี้ตามคำพิพากษามิฉะนั้นอาจจะเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อซึ่งจะเป็นการละเมิดได้
www.antfile.com :: รับฝากรูปทุกชนิด

www.openchiangmai.com :: คลิปวิดีโอเชียงใหม่

ข้าราชการ

พฤหัสฯ. มี.ค. 30, 2006 9:17 am  

กรณีที่ข้าราชการจังหวัดอื่นสามารถุเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นแต่เราไม่สามารถทำได้แม้มีคุณสมบัติเหมือนกัน จะสามารถหาคำพิพากษา
ศาลฎีกาได้ที่ไหน

บุคคลทั่วไป

เสาร์ ก.ค. 15, 2006 8:18 am  

Lawyerthai.com เขียน:คำพิพากษาฎีกาที่ 5398/2530 อาคารจอดรถของบริษัทจำเลยที่ 5 มีทางเข้าออก 1ทาง ทางออก 1 ทาง ปากทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ที่คอกกันคอยเก็บเงินพร้อมกับออกบัตรค่าเช่าที่จอดรถราคา 5 บาท โดยจดทะเบียนไว้ในบัตรด้วย ด้านหน้าบัตรมีข้อความว่า บริการรักษาความสะอาดและรักษาความปลอดภัย ด้านหลังมีข้อความว่าผู้ขับขี่ต้องเก็บบัตรไว้กับตัว เพื่อป้องกันรถหายกรุณาคืนบัตรทุกครั้งก่อนออกจากบริเวณจอดรถ บัตรสูญหายหรือไม่นำมาแสดง บริษัทจะไม่อนุญาตให้นำรถออกมาจนกว่าจะหาหลักฐานมาแสดงจนเป็นที่พอใจ และในที่จอดรถมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนตรวจตรา ที่กำแพงบริเวณลานจอดรถก็มีคำเตือนว่า กรุณาอย่าลืมบัตรจอดรถเพราะรถยนต์อาจสูญหาย สำหรับทางขาออกมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ยืนอยู่ที่คอกกั้นคอยตรวจรับบัตรและปล่อยรถออก แม้ผู้มาใช้บริการที่จอดรถจะเป็นผู้เลือกที่จอดรถเอง ปิดประตูรถและเก็บกุญแจรถไว้เองอีกทั้งด้านหลังบัตรมีข้อความว่า หากมีการสูญหายหรือเสียหายใดๆ เกิดขึ้นทุกกรณีผู้ครอบครองต้องรับผิดชอบเองทุกประการ แต่ทำให้ผู้ใช้บริการจอดรถโดยทั่วไปเข้าใจได้ว่าที่อาคารจอดรถของจำเลยที่ 5 นี้มีบริการรักษาความปลอดภัยสำหรับที่จะนำเข้ามาจอดขณะมาติดต่อธุรกิจหรือซื้อสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าของจำเลยที่ 5 ซึ่งผู้ที่มิใช่เจ้าของรถจะลักลอบนำรถออกไปไม่ได้ ทั้งนี้โดยที่ผู้ใช้บริการที่จอดรถจะต้องเสียเงิน 5 บาท เป็นค่าตอบแทน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการกระทำก่อนๆ ของจำเลยทั้งห้า ก่อให้เกิดหน้าที่แก่จำเลยทั้งห้าต้องดูแลรักษาความปลอดภัยแก่รถยนต์ที่นำเข้ามาจอด

จำเลยที่ 2 ถึง 4 ยืนเก็บเงินออกบัตร จดทะเบียนรถลงในบัตรและตรวจบัตรขณะที่รถยนต์ออกจากลานจอดรถอยู่ที่คอกกั้นตรงทางเข้าออกลานจอดรถ หน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงเกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของรถนำรถออกไปจากลานจอดรถหรือป้องกันการโจรกรรมรถยนต์โดยตรง เมื่อทางเข้าออกลานจอดรถมีทางเดียว หากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ซึ่งอยู่ที่คอกกั้นตรวจบัตรอย่างเคร่งครัดก็ยากที่รถยนต์ของโจทก์จะถูกลักไปได้ การที่รถยนต์ของโจทก์สูญหายไปจึงเนื่องจากจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่ระมัดระวังตรวจบัตรจอดรถโดยเคร่งครัดอันเป็นการงดเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ เป็นผลโดยตรงทำให้รถยนต์ของโจทก์ถูกลักไป และเป็นการประมาทเลินเล่อ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ เมื่อจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 5 กระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 5 ย่อมต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ต่อโจทก์ด้วยตามมาตรา 425

เรื่องรถยนต์หายเพราะไปจอดในปั๊มน้ำมัน ที่ศูนย์การค้า หรือสถานีบริการรับจอดรถ โจทก์มักจะฟ้องโดยอ้างมูลหนี้เป็นเรื่องสัญญาว่าเป็นผู้รับฝากรถยนต์ ถ้ามีสัญญาฝากทรัพย์เมื่อรถยนต์หาย ผู้ฝากก็ฟ้องผู้รับฝากให้รับผิดได้ แต่ถ้าเข้าไปจอดโดยไม่มีสัญญาฝากทรัพย์ก็ไม่ร้องรับผิด ทางปั๊มน้ำมันจึงเปลี่ยนแปลงรูปไปเป็นทำสัญญาเช่าพื้นที่จอดรถ เมื่อรถยนต์หายก็ไม่ต้องรับผิด คดีนี้ตั้งรูปคดีเป็นเรื่องละเมิด ไม่ตั้งเป็นเรื่องสัญญาฝากทรัพย์เพราะไม่ใช่สัญญาฝากทรัพย์ สิทธิที่ถูกกระทำละเมิดคือ กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ จำเลยที่ห้าไม่ได้เป็นผู้ลักรถยนต์ จึงมีปัญหาว่าจำเลยทำอะไรที่เป็นการละเมิด ปรากฏว่ามีการเก็บค่าจัดการจราจรเพียง 5 บาท ซึ่งไม่ใช่เป็นค่าบริการจอดรถแต่มีหลักกฏหมายว่าการกระทำหมายรวมถึงการงดเว้นที่จะต้องกระทำด้วย การงดเว้นจะถือว่าเท่ากับการกระทำได้ต่อเมื่อผู้นั้นต้องมีหน้าที่ที่จะต้องกระทำการเพื่อป้องกันผลนั้นแล้วไม่กระทำตามหน้าที่ คดีนี้หน้าที่ตามกฎหมายไม่มี เพราะไม่มีกฎหมายบัญญัติว่าผู้เปิดศูนย์การค้ามีหน้าที่ดูแลรถยนต์ที่มาจอด หน้าที่ตามสัญญาก็ไม่มี แต่มีหน้าที่อันเกิดจากความสัมพันธ์ก่อนๆ เพราะจำเลยให้เอารถยนต์ไปจอดในลักษณะอย่างนั้นก็ต้องป้องกันไม่ให้รถยนต์หายจึงเป็นละเมิดก่อให้เกิดหนี้ที่จะต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ดากส

พฤหัสฯ. ธ.ค. 11, 2008 4:52 pm  

เพะดรีดาเ   แด่ ดี  <br>ปด่ <br>เ:-[ กรีนB-( :-D 8-| :-( :-) :-[ )-( B-) :-P 8-. 

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน