น้ำพระทัย ธ อาทรทรงสอนคุณธรรม

พูดคุยเรื่องทั่วไป การเมือง สังคม เศรษฐกิจ ไอที ศิลปวัฒนธรรมได้ที่นี่ครับ

Moderator: maclaw, mr_joe141, Jurist2

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 1:56 pm  

ขอน้อมเกล้าฯ อันเชิญมาขยายความดังต่อไปนี้

.........................คุณธรรมนำศรี
เชิดชูชีวี.................ให้จรัสวัฒนา
พระราชดำรัส.............เสริมสวัสดิ์ล้ำค่า
จำไว้ในอุรา...............มีเก้าประการ

1. พากเพียรอดทน
.........................อดทนมานะ
เปี่ยมด้วยวิริยะ...........ตรากตรำทำงาน
เหนื่อยยากเพียงใด.......ไม่บ่นทนทาน
ผลดลบันดาล.............สัมฤทธ์กิจตน

2. เสริมสร้างคนดี
.........................เสริมสร้างคนดี
เป็นเกียรติเป็นศรี........งานเด่นเห็นผล
เพิ่มพูนคุณธรรม..........น้อมนำกมล
นับเป็นมงคล..............ดลสวัสดิ์พัฒนา

3. รู้จักสามัคคี
.........................สามัคคีจริงใจ
งานหนักเพียงใด.........มั่นใจศรัทธา
เพื่อชาติบ้านเมือง.........รุ่งเรืองก้าวหน้า
ใช้สติปัญญา..............ร่วมคิดกิจการ

4. มีน้ำใจ
.........................น้ำใจการุณ
สิ่งใดเป็นคุณ.............ประโยชน์ยืนนาน
ยอมสละทรัพย์สิน.........ยินดีอวยทาน
โอบเอื้อเจือจาน...........สืบสานกุศล

5. ใฝ่ประหยัด
.........................ประหยัดกันไว้
เก็บเงินเหลือใช้..........ไว้เผื่ออับจน
เช่นยามเจ็บป่วย.........เงินช่วยชีพชนม์
พบแพทย์จักดล...........สุขสวัสดิ์วัฒนา

6. ซื่อสัตย์สุจริต
.........................ซื่อสัตย์สุจริต
ธรรมนำชีวิต.............เคร่งครัดสัตยา
อาชีพมั่นคง..............ดำรงชีวา
ธุรกิจก้าวหน้า............รุ่งเรืองเฟื่องฟู

7. เศรษฐกิจพอเพียง
.........................เศรษฐกิจพอเพียง
หาได้พอเลี้ยง............ชีวันชื่นชู
ครอบครัวสุขสันต์.........มั่นคงดีอยู่
ลูกมีความรู้...............ชูชีพรุ่งเรือง

8. เรียงร้อยไมตรี
.........................เรียงร้อยไมตรี
เพื่อนบ้านแสนดี..........ประสานต่อเนื่อง
พึ่งพาอาศัย...............ไม่มีขุ่นเคือง
ชีวิตฟูเฟื่อง...............ไมตรีมีคุณ

9. หวังดีมีเมตตา
.........................หวังดีมีเมตตา
ต่อเด็กอนาถา............ด้วยมีใจบุญ
เอื้อเฟื้อเลี้ยงไว้...........ทั้งในเงินทุน
โอบเอื้อเจือจุน............ให้ได้ศึกษา

.........................ชีวาสาธุชน
ย่อมใฝ่การกุศล...........ทั้งมีปรีชา
ความรู้ชูชีพ...............ดุจประทีปเจิดจ้า
นำเดินมรรคา.............สวัสดีมีชัย
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:00 pm  

พากเพียรอดทน

"ความพากเพียรที่จะเป็นกำลังได้ต้องมีลักษณะแข็งกล้า ไม่ย่อหย่อนเสื่อคลายด้วยอุปสรรค ด้วยความยากลำบาก เหน็ดเหนื่อยประการใดๆ หากแต่อุตส่าห์พยายามกระทำเรื่อยไปไม่ถอยหลัง แม้หยุดมือก็ยังพยายามคิดต่อไปไม่ทอดธุระ กำลังความเพียรจึงทำให้การงานไม่ชะงักล่าช้า มีแต่ดำเนินรุดหน้าเป็นลำดับไปจนบรรลุความสำเร็จ โดยไม่มีสิ่งใดยับยั้งขัดขวางได้"

(พระบรมราชโชวาท พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ สวนอัมพร วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2522)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:03 pm  

เสริมสร้างคนดี

"ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครจะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปรกติสุขเรียบร้อย จึงมิใช่การทำให้คนทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้"

(พระบรมราชโชวาท พระราชทานในงานชุมนุมลูกเลือแห่งชาติ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธจังหวัดชลบุรี วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2512)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:06 pm  

รู้รักสามัคคี

"สามัคคีนี้ ก็คือการเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ต้องส่งเสริมงานของกันและกัน และไม่ทำลายงานของกันและกัน มีเรื่องอะไร ให้ได้พูดปรองดองกัน อย่าเรื่องใครเรื่องมัน และงานก็ทำงานอย่างตรงไปตรงมานึกถึงประโยชน์ส่วนรวม"

(พระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีประดับยศตำรวจชั้นนายพล ณ พระตำหนักจิตรลดารโนฐาน วันที่ 15 มกราคม พ.ศ.2519)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:09 pm  

มีน้ำใจ

"สังคมใดก็ตาม ถ้ามีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วยไมตรจิตมิตรภาพ มีความร่มเย็นเป็นสุข น่าอยู่"

(พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อันเชิญลงพิมพ์ในนิตยสารที่ระลึก ครบ 36 ปี ของสโมสรไลออนส์แห่งกรุงเทพณ ในพระบรมราชูปถัมภ์ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2538)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:11 pm  

ใฝ่ประหยัด

"ในการพัฒนาประเทศนั้น จำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น เริ่มด้วยการสร้างพื้นฐาน คือ ความมีกินมีใช้ของประชาชนก่อน ด้วยวิธีการที่ประหยัดระมัดระวังแต่ถูกต้องตามหลักวิชา"

(พระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2517)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:13 pm  

ซื่อสัตย์สุจริต

"การที่จะปฏิบัติหน้าที่ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีนั้น นอกจากความรู้ความสามารถแล้วยังต้องเป็นผู้ประการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และการตั้งตนไว้ในทางที่ชอบที่ควรสมเกียรติด้วย"

(พระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร และอนุปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2499)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:18 pm  

เศรษฐกิจพอเพียง

""ขอให้ทุกคนมีความปรารถนาดีที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐานปณิธาน จุดมุ่งหมายในแง่นี้ในทางนี้ ที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน ไม่ใช่รุ่งเรืองอย่างยอด

ช่วยกันรักษาส่วนรวมให้อยู่ดีกินดีพอสมควร ขอย้ำ พอควร พออยู่ พอกิน มีความสงบ"

(พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะผู้แทนสมาคมองค์การเกี่ยวกับศาสนา ครู นักเรียน โรงเรียนต่างๆ นักศึกษามหาวิทยาลัย ในโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2517)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:22 pm  

เรียงร้อยไมตรี

"ความพร้อมเพรียงกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ทุกคนทุกฝ่ายแสดงให้เห็น ทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงคุณธรรมข้อหนึ่งที่อุปถัมภ์และผูกพันคนไทยให้ร่วมกันเป็นเอกภาพ สามารถบำรุงชาติบ้านเมืองให้มั่นคง เป็นอิสระยั่งยืนมาช้านาน คุณธรรมข้อนั้น คือ ไมตร ความมีเมตตาหวังดีให้กันและกัน ผู้ที่มีไมตรีต่อกันจะคิดอะไรก็คิดแต่ในทางสร้างสรรค์ คิดเป็นประโยชน์เกื้อกูลกัน จะพูดอะไรก็ใช้เหตุผลเจรจากัน คือ ความเข้าอกเข้าใจกัน จะทำอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อก๔ลกันด้วยความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกัน"

(พระราชดำรัส พระราชทานในวโรกาสเสด็จฯ ออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2542)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

Jurist2
ทนายไทย
โพสต์: 317

พุธ พ.ย. 03, 2004 2:31 pm  

หวังดีมีเมตตา

"พระพุทธศาสนา ถึงแม้ปัจจุบันนี้จะมีหลายนิกาย แต่ก็ยึดหลักธรรมอันเป็นแก่นแท้อย่างเดียวกัน คือ ถือว่าธรรมทั้งหลายทั้งสิ้นเกิดแต่เหตุ เมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล เมื่อสิ้นเหตุ ผลก็บังเกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีสิ่งใดที่อยู่เหนือเหตุและผล นอกจากนั้นยังต่างถือว่าการแผ่เมตตาสงเคราะห์อนุเคราะห์เกื้อหนุนกันเป็นกรณียกิจสำคัญในการจรรโลงความสงบสุขของชาวโลก ดังนั้นถ้าท่านทั้งปวงพร้อมกันปฏิบัติตัวปฏิบัติหน้าที่ให้ตรงตามหลักธรรม ชักนำให้คนทั้งหลายมีโอกาสพิจารณาความจริงตามเหตุผลมากยิ่งขึ้น และเกิดความสงบสุขปกแผ่กว้างขวางยิ่งขึ้นไปในโลก"

(พระราชดำรัส พระราชทานเพื่ออันเชิญไปอ่านในงานวันฉลอง 25 ปี ขององค์การพุทธศาสนิกสัมพันธ์แห่งโลก ณ สำนักงานใหญ่กรุงเทพมหานคร วันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2519)
<< จากสูงสุด :: คืนสู่สามัญ >>

  •   ข้อมูลทั่วไป
  • ผู้ใช้งานขณะนี้

    กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน